กรมแพทย์แผนไทยฯ ร่วมมือ ตร.-บช.สอท. อุดรอยรั่วขาย ‘กัญชา’ ออนไลน์ เอาผิดได้ทันที

7.12.22 | 18:16 น.

กรมแพทย์แผนไทยฯ ประชุมร่วม ตร.-บช.สอท. อุดรอยรั่วขาย ‘กัญชา’ ออนไลน์ ส่งเรื่องตรงเอาผิดได้ทันที ฝากเตือนหาบเร่ ต้องขออนุญาตขายในที่ตั้งชัดเจน

 

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร กรมการปกครอง กรมวิชาการเกษตร กรมอนามัย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

นพ.ธงชัยกล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันนี้ มีข้อสรุปในการควบคุมการจำหน่ายสมุนไพรควบคุม (กัญชา) คือ ช่อดอกกัญชา ผ่านออนไลน์ซึ่งเป็นความผิดตามประกาศฯ ทางกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) แจ้งว่า หากเจ้าพนักงานของกรมพบเหตุการขายช่อดอกกัญชาในออนไลน์ สามารถส่งเรื่องไปที่ บช.สอท.ได้เลย โดยที่กรมไม่ต้องทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ประกอบการรายนั้นๆ เอง ทั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ดีที่หน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมกัน เพราะทำให้การบังคับคดีทำได้ง่ายขึ้น

นพ.ธงชัยกล่าวว่า กรณีที่สำคัญอีกเรื่อง คือ หากพบการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อประกาศฯ เจ้าพนักงานของกรม สามารถเก็บตัวอย่างสมุนไพรควบคุมนั้น ส่งตรวจยืนยันเพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นทั้งเจ้าพนักงานของกรม และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องลงพื้นที่ร่วมกันเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอน เพราะหากเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการฝ่ายเดียว ก็อาจจะไม่แน่ใจว่าเป็นช่อดอกกัญชาจริงหรือไม่ อย่างเช่นมีการจับยาเสพติดอื่น ยาหรือเครื่องมือแพทย์เถื่อน ก็จะต้องมีเจ้าพนักงานจาก อย.ลงพื้นที่ร่วมกับตำรวจ เพื่อให้มีหลักฐานที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจแจ้งว่าจะสื่อสารเรื่องนี้ไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล (ผกก.สน.) ทุกแห่ง ให้เข้าใจตรงกัน

นพ.ธงชัยกล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากเน้นย้ำคือ ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยที่ขายช่อดอกกัญชา ถือเป็นความผิดตามประกาศฯ เพราะการจะขายจะต้องขออนุญาตโดยมีที่ตั้งของสถานประกอบการชัดเจน จึงอยากให้ทุกท่านทำตามกฎหมายให้ถูกต้อง ไม่ฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

Advertisement

“ที่ผ่านมากรมได้สื่อสารประชาสัมพันธ์ประโยชน์ และข้อควรระวัง จากการใช้กัญชา และผลิตภัณฑ์กัญชาแก่ประชาชนและผู้ประกอบการอย่างถูกต้อง และให้ความรู้ด้านกฎหมาย จากการลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ถนนข้าวสาร เขตพระนคร และซอยทองหล่อ เขตวัฒนา พบว่าสถานประกอบการบางแห่งอาจเข้าข่ายผิดและขัดต่อกฎหมายตามประกาศฯ คือห้ามจำหน่ายสมุนไพรควบคุมเพื่อการสูบในสถานที่ประกอบการ เว้นแต่การจำหน่ายโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งใช้ในการรักษาผู้ป่วยของตน และหากจะใช้ช่อดอกมาปรุงหรือใช้เป็นยาเพื่อรักษาผู้ป่วยก็ต้องขอใบอนุญาตให้ถูกต้องเช่นกัน จึงมีการป้องปรามและตักเตือนผู้ประกอบการและประชาชนที่กระทำความผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพื่อเน้นย้ำไม่ให้กระทำความผิดซ้ำอีก” นพ.ธงชัยกล่าว

ทั้งนี้ นพ.ธงชัยกล่าวว่า สำหรับมาตรการที่บังคับใช้ตามกฎหมาย กรณีผู้ที่ไม่ดำเนินการตามประกาศฯ คือ 1.กรณีผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 46 โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย จะลงไปดำเนินการตรวจสอบทุกราย 2.กรณีผู้ที่ได้รับใบอนุญาตแล้วแต่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในประกาศฯ จะพิจารณาพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตแล้วแต่กรณี และหากผู้ที่ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตยังดำเนินการศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรเพื่อการค้าอยู่ จะถือว่าดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาตจะมีโทษตามมาตรา 78 แห่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯกล่าวว่า ผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนทั่วไป ที่จะแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกัญชาในเชิงพาณิชย์และทำการค้า ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใดก็ตาม ต้องขออนุญาตจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ถ้าอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ต้องยื่นขออนุญาต ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยกองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย หากอาศัยอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ต้องขออนุญาตจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ที่ท่านอาศัยอยู่ หากมีข้อสงสัยหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่กองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โทร 0-2149-5607-8 หรือ 0 2591 7007 ต่อ 3708, 3713