สปสช.-กทม.ชวนคนกรุง 2 แสนราย ลงทะเบียนเลือกใช้บริการบัตรทองในคลินิกที่ชอบ

11.12.22 | 14:18 น.

สปสช.-กทม.ชวนคนกรุง 2 แสนราย ลงทะเบียนเลือกใช้บริการบัตรทองในคลินิกที่ชอบ

 

วันนี้ (11 ธันวาคม 2565) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้ร่วมกับ รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมคณะผู้บริหารจากสำนักอนามัย กทม. สปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เยี่ยมชมคลินิกกล้วยน้ำไท สาขาลาดพร้าว 80 ซอยลาดพร้าว 80 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นคลินิกชุมชนรูปแบบเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิรูปแบบใหม่ หรือ โมเดล 5 (Model 5) ที่เป็นหน่วยบริการให้บริการประชาชนสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ในพื้นที่กรุงเทพฯ และยังพร้อมเปิดให้ประชาชนสิทธิบัตรทองที่ยังเป็น “สิทธิว่าง” ในกรุงเทพฯ ได้ลงทะเบียนเป็นหน่วยบริการประจำ

นพ.จเด็จ กล่าวว่า หลังจากที่ สปสช. ยกเลิกสัญญาโรงพยาบาล (รพ.) เอกชน 9 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากพบการเบิกจ่ายงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้ใช้สิทธิบัตรทองใน กทม. จำนวน 2.3 แสนราย กลายเป็นสิทธิว่าง คือยังไม่มีหน่วยบริการประจำ ซึ่งแม้ว่าผู้ที่มีสิทธิว่างในกรุงเทพฯ จะสามารถเข้ารับบริการสุขภาพได้ที่หน่วยบริการหรือสถานพยาบาลระดับปฐมภูมิทุกแห่งตามนโยบายยกระดับบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกที่ในหน่วยบริการปฐมภูมิ แต่การมีหน่วยบริการประจำเป็นเรื่องที่ดีกว่า เพราะจะได้รับการดูแลที่ต่อเนื่องโดยมีเจ้าภาพที่ชัดเจน

“อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้มีประชาชนที่ลงทะเบียนเลือกหน่วยบริการต้นสังกัดแล้วประมาณ 3 หมื่นราย จึงอยากเชิญชวนประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทองที่ยังเป็นสิทธิว่าง ให้เข้าลงทะเบียนเลือกหน่วยบริการด้วย โดย สปสช. เปิดให้ประชาชนในกรุงเทพฯ สามารถเลือกหน่วยบริการ หรือคลินิกเองได้ตามที่ตนเองพอใจ ตรงนี้ หากประชาชนเลือกหน่วยบริการประจำไปแล้ว แต่ไปใช้บริการแล้วรู้สึกไม่ถูกใจ สปสช.ก็ยังเปิดให้สามารถเปลี่ยนหน่วยบริการได้ถึงปีละ 4 ครั้ง โดยการลงทะเบียนและการเปลี่ยนหน่วยบริการนั้น สามารถทำได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ” นพ.จเด็จ กล่าว

Advertisement

เลขาธิการ สปสช. กล่าวต่อไปว่า ย้ำว่า ประชาชนสิทธิบัตรทองว่าง หรือยังไม่ได้ลงทะเบียนหน่วยบริการ เมื่อเจ็บป่วยก็ยังสามารถเข้ารับบริการสาธารณสุขได้ทั่วประเทศเช่นเดิม แต่หากมีหน่วยบริการต้นสังกัดที่ได้ลงทะเบียนเอาไว้ จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ดูแลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยมากกว่า

ด้าน รศ.ทวิดา กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าหน่วยบริการต่างๆ รวมไปถึงโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ไม่สามารถรองรับประชาชนในกรุงเทพฯ ได้ทั้งหมด จึงเกิดปัญหาความแออัดในโรงพยาบาลมาช้านาน การพัฒนาระบบหน่วยบริการปฐมภูมิภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กทม. กับ สปสช. ในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่ดี

“ขณะนี้ กทม.ดำเนินการสนับสนุน และทำงานร่วมกันกับหน่วยบริการปฐมภูมิในกรุงเทพฯ และโรงพยาบาลในสังกัด กทม. พัฒนาระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับระบบของ สปสช. ที่หากมีการดูแลรักษาผู้ป่วยสิทธิบัตรทองจากหน่วยบริการปฐมภูมิมีความซับซ้อน จะมีบุคลากรแพทย์จากโรงพยาบาลเครือข่ายในสังกัด กทม. คอยสนับสนุนเพิ่มเติมในการดูแลผู้ป่วย ซึ่งจะระบบดังกล่าวจะเสร็จสิ้นในเร็วๆ นี้ และเชื่อมั่นว่าจะทำให้ประชาชนกรุงเทพฯ สิทธิบัตรทอง สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างมีคุณภาพ” รศ.ทวิดา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนสิทธิว่างในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 2 แสนราย สามารถลงทะเบียนเลือกหน่วยบริการประจำ ได้ 4 ช่องทาง ได้แก่ 1.แอพพลิเคชัน สปสช. เลือกเมนูลงทะเบียนเปลี่ยนหน่วยบริการ 2.ไลน์ สปสช. ไลน์ไอดี @nhso เลือกเมนู เปลี่ยนหน่วยบริการด้วยตนเอง และ 3.สายด่วน สปสช. โทร.1330 กด 6 และ 4.ลงทะเบียนเปลี่ยนหน่วยบริการด้วยตนเองได้ที่ที่ทำการของ สปสช. ชั้น 2 อาคารบี ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบเครือข่ายหน่วยบริการที่สามารถเลือกลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ สปสช. http://mscup.nhso.go.th/mastercup/