สธ.ถก สปสช.แก้ปมกระจายงบบัตรทองปี’66 ล่าช้า ชงแยกจัดสรรเงินค่าบริการผู้ป่วย

12.12.22 | 14:55 น.

สธ.ถก สปสช.แก้ปมกระจายงบบัตรทองปี’66 ล่าช้า ชงแยกจัดสรรเงินค่าบริการผู้ป่วย

 

วันที่ 12 ธันวาคม 2565 นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงข้อห่วงใยกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ยังไม่ลงนามในหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2566 ทำให้ยังไม่มีการจัดสรรงบประมาณหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรืองบบัตรทอง ลงไปยังหน่วยบริการ หรือสถานพยาบาลต่างๆ สาเหตุจากการนำงบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PP) ไปใช้ให้บริการนอกเหนือจากสิทธิบัตรทอง คือ สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ และประกันสังคม อาจไม่สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่และภารกิจตามที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 กำหนดไว้ในมาตรา 5 ประกอบมาตรา 6 มาตรา 7 มาตรา 9 และ มาตรา 10 ซึ่ง สธ. ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ดำเนินการหารือคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาให้มีความชัดเจน

นพ.พงศ์เกษมกล่าวว่า ขณะนี้ สธ.และ สปสช.ได้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยคำนึงถึง 3 เรื่องหลัก คือ 1.ประชาชนต้องไม่ได้รับผลกระทบ โดยให้หน่วยบริการในสังกัด สธ.ทุกแห่ง จัดบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคตามปกติ 2.โรงพยาบาลไม่เดือดร้อน และ 3.ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งจากการหารือนอกรอบเมื่อสัปดาห์ก่อน เลขาธิการ สปสช.ได้เห็นชอบตรงกันเรื่องข้อเสนอให้แยกจัดสรรเงินบริการประเภทผู้ป่วยนอก (OP) และผู้ป่วยใน (IP) และรายการอื่นๆ ไปให้หน่วยบริการก่อน เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อหน่วยบริการ เนื่องจากงบบัตรทองปีงบประมาณ 2566 วงเงินทั้งหมด 204,140.03 ล้านบาท เป็นงบส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ที่รอการพิจารณาทางข้อกฎหมายเพียง 21,381.11 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 10 เท่านั้น งบส่วนอื่นๆ ที่ขอให้แยกจัดสรรเป็นงบส่วนใหญ่ เช่น งบเหมาจ่ายรายหัว 161,602.67 ล้านบาท ค่าบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ 3,978.48 ล้านบาท ค่าบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง 9,952.18 ล้านบาท เป็นต้น

“เรื่องการจัดบริการประชาชน ขณะนี้ โรงพยาบาลในสังกัด สธ.ยังดำเนินการตามปกติ ส่วนใหญ่มีงบประมาณพอรองรับการดำเนินงาน ระหว่างนี้ หากโรงพยาบาลใดมีข้อติดขัดขอให้แจ้งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาในระดับจังหวัด และรายงานผู้ตรวจราชการ สธ.ประจำเขตสุขภาพ แก้ไขปัญหาในระดับเขตสุขภาพ โดยบอร์ด สปสช.จะมีการประชุมในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ หากมีมติให้แยกจัดสรรงบตามที่ สธ.เสนอ คาดว่าหน่วยบริการจะได้รับจัดสรรงบส่วนใหญ่สำหรับดูแลประชาชนภายในปลายเดือนธันวาคมนี้” นพ.พงศ์เกษมกล่าว