สธ.เผยเหยื่อโควิด 97% เป็นกลุ่ม 608 จี้ประชาชนฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ตั้งเป้าอย่างน้อย 2 ล้านโดส 

13.12.22 | 17:02 น.

สธ.เผยเหยื่อโควิด 97% เป็นกลุ่ม 608 จี้ประชาชนฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ตั้งเป้าอย่างน้อย 2 ล้านโดส 

วันนี้ (13 ธันวาคม 2565) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “อสม. เชียงใหม่ รวมพลังกายใจ นำประชาชนไทยรับวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้น” ที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค คณะผู้บริหาร นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ของ จ.เชียงใหม่ ร่วมงานกว่า 2,000 คน

นายอนุทิน กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ของไทยขณะนี้ แนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยว จะมีกิจกรรมรวมกลุ่มของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมาก รวมถึงประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวส่งผลให้เชื้ออยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานและแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้น สธ.จึงเร่งรณรงค์ฉีดวัคซีน เพื่อลดการป่วยอาการรุนแรงและเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 มีเป้าหมายให้ทุกจังหวัดฉีดวัคซีนรวมได้อย่างน้อย
2 ล้านโดส ภายในเดือนธันวาคม 2565 โดยเน้นสื่อสารให้ประชาชนทราบถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีน
อย่างน้อยคนละ 4 เข็ม เพื่อเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันให้สูงพอ

“ซึ่งในช่วงรณรงค์ ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2565 ถึงปัจจุบัน ฉีดไปแล้วกว่า 8 แสนโดส และตั้งแต่เริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนมา ได้ให้บริการฉีดวัคซีนสะสมกว่า 145 ล้านโดส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาประเทศไทย ช่วยสร้างเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน สอดคล้องกับนโยบายของ สธ.ในปี 2565 ที่มีแนวคิด Health for Wealth : คนไทยสุขภาพดี เศรษฐกิจมั่งคั่ง สู่เป้าหมาย คนไทยแข็งแรง เศรษฐิจไทยเข้มแข็ง ประเทศไทยแข็งแรง” นายอนุทิน กล่าว

Advertisement

ด้าน นพ.โอภาส กล่าวว่า จ.เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวหลักที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพื้นที่
มากขึ้นในช่วงฤดูหนาวนี้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2565 จึงมีการจัดกิจกรรม “ชาวเชียงใหม่ฮ่วมใจ๋
ฉีดวัคซีนโควิด เข็มกระตุ้น” โดยเปิดหน่วยฉีดทั้งเชิงรับในโรงพยาบาล และบริการหน่วยฉีดวัคซีนเชิงรุก
(mobile vaccine unit) ตามสถานที่ต่างๆ เช่น ชุมชน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และโรงเรียน พร้อมทั้งให้ อสม.
เป็นเครือข่ายช่วยประชาสัมพันธ์กระตุ้นประชาชนให้เข้ารับวัคซีน สำหรับกิจกรรมรณรงค์ฉีดวัคซีนในวันนี้
จะช่วยสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการได้รับวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อยคนละ 4 เข็ม โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 จำเป็นต้องได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อช่วยลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น

ด้าน นพ.ธเรศ กล่าวถึงสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า ตั้งแต่วันที่ 4-10 ธันวาคม 2565
พบผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาล 3,961 ราย เฉลี่ย 565 รายต่อวัน แม้ผู้ป่วยรายใหม่ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว
แต่มีจำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบเพิ่มขึ้นเป็น 649 ราย หรือ คิดเป็นร้อยละ 3 จำนวนผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มขึ้นเป็น 385 ราย หรือ ร้อยละ 10 นอกจากนี้ ยังพบผู้เสียชีวิตรวม 107 ราย เฉลี่ย 15 รายต่อวัน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามคาดการณ์ โดยพบว่ากลุ่ม 608 เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 สูงสุดถึงร้อยละ 97 ทั้งหมดเป็นผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนเลย และ ไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือได้รับเข็มกระตุ้นนานเกิน 3 เดือน

“กรมควบคุมโรค ขอย้ำมาตรการที่สำคัญสำหรับประชาชนทั่วไปและกลุ่ม 608 ขอให้ไปรับวัคซีนให้ได้อย่างน้อย 4 เข็ม ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายนานเกิน 4 เดือน ขอให้รีบไปฉีดวัคซีนเข็มถัดไป เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน ป้องกันการป่วยหนัก และลดการเสียชีวิตจากเชื้อโควิด-19 โดยไม่ต้องรอวัคซีนรุ่นใหม่” นพ.ธเรศ กล่าว