สสส.เผย 7 ทิศทางสุขภาพคนไทยปี’66 ที่น่าจับตา ลองโควิด ซึมเศร้า กว่า 60% ไร้แผนเกษียณ

20.12.22 | 17:33 น.

สสส.เผย 7 ทิศทางสุขภาพคนไทยปี’66 ที่น่าจับตา ลองโควิด ซึมเศร้า กว่า 60% ไร้แผนเกษียณ

วันนี้ (20 ธันวาคม 2565) นางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. เปิดเผยถึงทิศทางสุขภาพคนไทยในปี 2566 ภายในงาน ThaiHealth Watch 2023 หรือ จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2566: สังคมปรับ ชีวิตเปลี่ยน ว่า สสส. มุ่งสร้างความตระหนักรู้ เพื่อให้คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขภาพ ได้สานพลังภาคีเครือข่ายทางวิชาการ พัฒนานวัตกรรม ThaiHealth Watch จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย เพื่อให้ข้อมูล และปัจจัยเสี่ยงสุขภาพที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นใหม่ ภายใต้แนวคิด สังคมปรับ ชีวิตเปลี่ยน เพื่อทุกคนเดินหน้าเปลี่ยนวิถีชีวิต ลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ปรับตัวพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในสังคมอย่างเข้าใจและเท่าทัน นำไปสู่สังคมสุขภาวะที่ยั่งยืน

นางเบญจมาภรณ์ กล่าวว่า ThaiHealth Watch 2023 มี 7 ประเด็น ทิศทางสุขภาพสำคัญ

1.ลองโควิด เมื่อไวรัสตัวร้ายจากไป แต่ทิ้งบางสิ่งไว้เป็นของฝาก พบผู้ป่วยติดเชื้อถึงร้อยละ 50 มีภาวะลองโควิด ที่น่าห่วงคือ กลุ่มผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กว่า 1 ใน 4 มีความเสี่ยงสูง ส่งผลต่อสุขภาพจิตที่กระทบการใช้ชีวิตในระยะยาว

2.สานพลังคือทางออก เมื่อภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เป็นภัยคุกคามต่อมนุษย์ พบกว่าร้อยละ 99 ต้องสูดอากาศที่มีมลพิษ ฝุ่น PM 2.5 ไนโตรเจนไดออกไซด์ ในระดับที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่าล้านคนต่อปี รวมถึงวิกฤตโลกร้อน สหรัฐอเมริกาคาดการณ์ว่าอีก 80 ปี ทั่วโลกจะเผชิญภาวะความเครียดจากความร้อนที่กระทบต่อร่างกายในทุกมิติ

Advertisement

3.ภาวะหมดไฟที่ลุกลาม รับมืออย่างไรให้สุขทั้งองค์กรและคนทำงาน รูปแบบการทำงานแบบลูกผสม (Hybrid Working) ทำให้พบร้อยละ 76 ของพนักงานบริษัทมีความเหงาที่ส่งผลต่อจิตใจ เกิดเป็นกระแสการลาออกครั้งใหญ่ในระบบอุตสาหกรรม

นางเบญจมาภรณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ต้องเตรียมพร้อมสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ โดย 4.ผู้สูงอายุพร้อมแค่ไหน เมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์ อีก 5 ปี จะมีผู้สูงอายุติดเตียงกว่า 2 แสนคน ติดบ้านอีกกว่า 3.5 แสนคน ในทางกลับกัน พบกว่าร้อยละ 60 ไม่มีความพร้อมด้านการเงิน ต้องเร่งสร้างเสริมสุขภาวะทุกมิติ ทั้งการเงิน ที่อยู่อาศัย การดูแล เพื่อเตรียมพร้อมสู่วัยเกษียณที่มีคุณภาพ

5.ปลดล็อกความเข้าใจ ในวันที่ไทยปลดล็อกกัญชา พบร้อยละ 32 มีประสบการณ์เกี่ยวกับกัญชา ผ่านอาหาร เครื่องดื่ม ยารักษาโรค แต่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ว่า กัญชามีทั้งคุณประโยชน์และโทษ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เด็กเยาวชน ที่ใช้ผิดวิธี

6.บุหรี่ไฟฟ้า ภัยซ่อนเร้น ต้นเหตุจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน พบเด็ก เยาวชน ได้รับข้อมูลทางสื่อ        ออนไลน์ เฉลี่ย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ต้องดูแลใกล้ชิดป้องกันการเพิ่มจำนวนของนักสูบหน้าใหม่

7.มิติใหม่แห่งการสร้างเสริมสุขภาพคนไทย เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ พบกิจกรรมออนไลน์ยอดนิยมคนไทย คือ จองคิวปรึกษาแพทย์ถึงร้อยละ 86.16

“สสส.เห็นถึงประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เร่งสานพลังภาคีเครือข่าย พัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับความรอบรู้ทางสุขภาพที่ถูกต้อง อาทิ เชื่อมเทคโนโลยีเมตาเวิร์สเข้ากับเกม สร้างเว็บไซต์ Empower Living เพื่อเสริมพลังสุขภาวะในกลุ่มเปราะบาง ล่าสุด พัฒนาแอพพลิเคชัน Persona Health สร้างระบบนิเวศทางสุขภาพที่รองรับทุกกลุ่ม มุ่งเสริมความรอบรู้สุขภาพเฉพาะรายบุคคล ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. และสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ https://resourcecenter.thaihealth.or.th/thaihealth-watch” นางเบญจมาภรณ์ กล่าว