อนุทิน เปิดอาคารสถาบันโรคผิวหนังหลังใหม่ ยกเป็นความภูมิใจของคนไทย
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ที่สถาบันโรคผิวหนัง สาขาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง และผู้บริหาร สธ. ร่วมเปิดอาคารสถาบันโรคผิวหนัง (หลังใหม่) อย่างเป็นทางการ และติดตามการให้บริการประชาชน

นายอนุทิน กล่าวว่า สธ. มีนโยบายให้สถานบริการในสังกัดทุกระดับพัฒนาการบริการให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน รวมถึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินงาน เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชน ช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มการเข้าถึงบริการ ซึ่งสถานบริการของ สธ.ทุกแห่ง มีการพัฒนาตามนโนบายเป็นอย่างดี ทั้งนี้ สถาบันโรคผิวหนัง สังกัดกรมการแพทย์ เป็นสถาบันการแพทย์เฉพาะทางด้านโรคผิวหนังระดับตติยภูมิ และเป็นศูนย์กลางการศึกษาและวิจัยโรคผิวหนังของประเทศไทย ที่ได้รับความเชื่อมั่นและมีผู้เข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก มีแนวโน้มผู้ป่วยสูงขึ้นทุกปี เนื่องจากไทยเป็นประเทศในเขตร้อน โรคผิวหนังจึงเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่พบได้ แม้จะไม่ทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ชีวิต แต่สร้างปัญหาด้านสังคม เศรษฐกิจ และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย การเปิดอาคารหลังใหม่ของสถาบันโรคผิวหนังครั้งนี้ จึงช่วยให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการเฉพาะด้านมากขึ้น โดยทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขาและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ดังวิสัยทัศน์ “เป็นสถาบันโรคผิวหนังที่ชาวไทยไว้วางใจและภาคภูมิใจ”
“สถาบันโรคผิวหนัง ไม่ใช่สถาบันที่เน้นความงาม ฉาบฉวย แต่จริงๆ เป็นหน่วยพยาบาลสำคัญที่ให้การดูแลโรคที่ผิวหนัง เช่น สะเก็ดเงิน เรื้อน ภูมิแพ้ต่างๆ เป็นต้น และยังเป็นโรงเรียนแพทย์ที่ให้การฝึกอบรมแพทย์พยาบาลในการดูแลโรคผิวหนัง มีการผ่าตัด การรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนเรื่องเลเซอร์ หรือหัตถการเพื่อความงาม เป็นการให้บริการเพิ่มเติม เพิ่มรายได้เป็นเงินบำรุงสถาบันเพื่อนำไปพัฒนา ยกระดับสถาบันฯ โดยไม่ต้องรองบจากภาครัฐอย่างเดียว” นายอนุทิน กล่าว

รัฐมนตรีว่าการ สธ. กล่าวว่า ส่วนเรื่องของการเปิดศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้คนไทยเข้าถึงการฉีดวัคซีนในเมืองใหญ่ ลดอาการรุนแรงจากการติดเชื้อโควิด-19 สร้างความมั่นใจ จนทุกวันนี้ เราน่าจะมีความมั่นใจในระดับหนึ่งว่าคนไทยมีภูมิคุ้มกันโควิด-19 สูงในระดับหนึ่งแล้ว แล้วถ้าไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น ก็จะยิ่งมีความปลอดภัยมากขึ้น ไม่เจ็บป่วยหนัก ไม่เสียชีวิต เท่ากับว่าเราสามารถดำเนินชีวิต ทำมาหากินได้อย่างปกติสุข เหมือนภาวะปกติทั่วไป ประเทศไม่เดือดร้อน เศรษฐกิจเดินหน้าได้ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดี
อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน กล่าวว่า ช่วงปีใหม่ได้ใช้ระบบเฝ้าระวัง ต่างคนต่างมีความรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม หากรู้สึกเจ็บคือ ไอ คล้ายโควิด-19 ก็ไม่ออกไปไหน หรือเป็นไข้หวัดใหญ่ก็ไม่ออกไปไหน หากไปเจอคนมาก ก็ตรวจเอทีเค (ATK) สวมหน้ากากอนามัย ประเมินตัวเอง ประเมินสถานการณ์ สำคัญที่สุดคือ ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น 4 เข็ม เป็นอย่างน้อย หากทุกคนให้ความร่วมมือประเทศไทยจะปลอดภัยจากโควิด-19
ด้าน นพ.มานัส กล่าวว่า สถาบันโรคผิวหนังมีความมุ่งมั่นพัฒนาสู่การเป็นสถาบันหลักในการดูแลโรคผิวหนังของประเทศ โดยมีภารกิจหลัก 3 ด้าน ได้แก่
1.ด้านการบริการ เป็นศูนย์แห่งความเป็นเลิศ (Center of Excellence) ด้านโรคผิวหนัง ให้บริการตรวจรักษาโรคผิวหนังทั่วไป และคลินิกเฉพาะทางที่สำคัญอีกหลายสาขา อาทิ คลินิกโรคสะเก็ดเงิน คลินิกอิมมูนวิทยา คลินิกหลอดเลือดดำ ศูนย์เส้นผมและเล็บ ศูนย์ชะลอวัย เป็นต้น พร้อมระบบให้คำปรึกษาทางไกลกับแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ และการตรวจรักษาทางไกลกับผู้ป่วย

2.ด้านวิชาการ เป็นศูนย์ฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านและการอบรมเฉพาะทางด้านโรคผิวหนังอื่นๆ ทั้งในประเทศและนานาชาติ รวมถึงเป็นศูนย์ข้อมูลและหน่วยเผยแพร่ความรู้ด้านโรคผิวหนัง
3.ด้านการค้นคว้าวิจัย ทั้งการวินิจฉัยรักษาและการพัฒนาสูตรตำรับต่างๆ พร้อมต่อยอดให้เกิดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ อาคารสถาบันโรคผิวหนังหลังใหม่ เป็นอาคารสูง 22 ชั้น และที่จอดรถชั้นใต้ดินอีก 3 ชั้น รวม 25 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวม 40,365 ตารางเมตร (ตร.ม.) โดยชั้น 1-6 เป็นที่จอดรถและโถงต้อนรับ ชั้น 7-14 เป็นพื้นที่ส่วนให้บริการ และชั้น 15-22 เป็นส่วนสนับสนุนและใช้ในการเรียนการสอน ได้รับงบประมาณส่วนกลางในการก่อสร้าง 947 ล้านบาท และสถาบันฯ สมทบเงินบำรุงในการก่อสร้างอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งหลังจากปิดศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ สถาบันโรคผิวหนังได้ใช้อาคารหลังใหม่นี้ ให้บริการวัคซีนโควิด-19 เพื่อดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

