กรมควบคุมโรคชี้สมองอักเสบจากเชื้ออะมีบาไม่แพร่จากคนสู่คน แนะระวังสำลักน้ำปนเปื้อน
วันนี้ (27 ธันวาคม 2565) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ตามที่มีรายงานผู้เดินทางชาวเกาหลีใต้ติดเชื้อและเสียชีวิตด้วยอาการสมองอักเสบ จากการติดเชื้ออะมีบา Naegleria fowleri หลังกลับจากประเทศไทยนั้น ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอบคุณการแจ้งข่าวจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ที่ทำให้กรมควบคุมโรคได้ใช้ข้อมูลนี้ให้ความรู้เรื่องโรคสมองอักเสบจากเชื้ออะมีบากับประชาชนเพื่อการป้องกันโรค เป็นตัวอย่างความร่วมมือที่ดีของความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลีที่มีมาอย่างยาวนาน และเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านสุขภาพของทั้งสองประเทศ
นพ.ธเรศกล่าวว่า สำหรับโรคสมองอักเสบมักมีอาการ 1-12 วัน หลังได้รับเชื้อ (เฉลี่ยประมาณ 5 วัน) ที่เข้าทางจมูกและเชื้อเข้าสมองผ่านเส้นประสาทรับกลิ่น (olfactory nerve) โดยอาการที่พบ ได้แก่ ปวดศีรษะ มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน คอแข็ง ความรู้สึกตัวลดลง ชักเกร็ง อาการจะค่อยๆ แย่ลงและเสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม
“โรคสมองอักเสบจากเชื้ออะมีบาพบได้ทั่วโลก ในช่วง 40 ปี (ปี 2526-2564) ประเทศไทยพบเพียง 17 ราย ในจำนวนนั้น 14 คน (ร้อยละ 82) เสียชีวิต ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 12 ปี (ต่ำที่สุด 8 เดือน มากที่สุด 71 ปี) เป็นสัญชาติไทย 16 ราย และสัญชาตินอร์เวย์ที่เดินทางกลับจากไทย 1 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่พบช่วงฤดูร้อน ผู้ป่วยโรคนี้ส่วนใหญ่มีประวัติสำลักน้ำที่ไม่สะอาดจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น สระน้ำ บ่อน้ำ แต่ไม่ติดต่อจากการดื่มน้ำ และไม่ติดต่อจากคนสู่คน” นพ.ธเรศกล่าว
อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า สำหรับวิธีการป้องกันติดเชื้ออะมีบาจากการสำลักน้ำ ได้แก่ 1.หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ หรือดำน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไม่สะอาด 2.ระมัดระวังไม่ให้สำลักน้ำเข้าโพรงจมูก ถ้าสำลักให้รีบสั่งน้ำออกแรงๆ ทางจมูก 3.รีบล้างจมูกด้วยน้ำต้มสุกที่สะอาด หรือน้ำเกลือ 4.ผู้ที่มีประวัติเสี่ยงร่วมกับมีอาการป่วยน่าสงสัย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำไม่สะอาด การสำลักน้ำ หรือการใช้น้ำในการล้างจมูกให้แพทย์ทราบเพื่อประโยชน์ต่อการวินิจฉัย
“ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ไม่ควรใช้น้ำจากแหล่งน้ำที่ไม่สะอาดสาดเล่นกัน และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะล้างจมูก สระว่ายน้ำควรรักษาความสะอาดตามมาตรฐานตามคำแนะนำของกรมอนามัย โดยมีการตรวจวัดและเติมสารคลอรีน ให้มีปริมาณคลอรีนตกค้างอิสระ 1-2 มิลลิกรัมต่อลิตร” นพ.ธเรศกล่าว

