กรมแพทย์แผนไทยฯ เผย รพ.อู่ทองต้นแบบพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารช่วยดูแลรักษาผู้ป่วยในชุมชน

วันนี้ (15 มกราคม 2566) นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นำทีมศึกษาดูงานระบบการให้บริการ ทางการแพทย์ คลินิกการแพทย์แผนไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคคลากรกรมการแพทย์แผนไทยฯ ประกอบด้วย นพ.รัฐพล เวทสรณสุธี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) สุพรรณบุรี นพ.กิตติพงษ์ อยู่สุวรรณ รอง นพ.สสจ.สุพรรณบุรี พญ.สมพิศ จำปาเงิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) อู่ทอง นพ.ธเนศ ตติรัตน์ รองผู้อำนวยการ รพ.อู่ทอง ภญ.ดลิชา ชั่งสิริพร หัวหน้ากลุ่มงานการแพทย์แผนไทย ภญ.ฉวีวรรณ ม่วงน้อย หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรมและคุ้มครองผู้บริโภค ภก.อนุชิต ปลาทอง หัวหน้างานผลิตยา นางพัชรินทร์ มณีพงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานการแพทย์แผนไทยฯ รพ.อู่ทอง ให้การต้อนรับ ณ รพ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

นพ.ธงชัย กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในการดำเนินการเพื่อส่งเสริมทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และระบบสาธารณสุข เพื่อยังผลให้เกิดการสนับสนุนต่อระบบเศรษฐกิจ การผลิต การบริการสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการ เพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้รับการบริการทางการแพทย์ ทางสุขภาพได้อย่างทั่วถึง ทันสมัย ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ทาง รพ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี มีการดำเนินงานโดยประสานภาคีเครือข่ายทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย ร่วมกับสหวิชาชีพในการดูแล รักษาประชาชน และยังนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการดูแลผู้ป่วย โดยพัฒนาโปรแกรม Home Health Care Uthong ซึ่งเป็นระบบทางไกลที่สามารถช่วยดูแลรักษา ช่วยชีวิตเบื้องต้นแก่ผู้ป่วยที่อยู่ในชุมชน ไม่ต้องเดินทางเข้ามาในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นการลดความแออัดในโรงพยาบาล และเกิดความสะดวก ในการรักษาเพราะรพ.อู่ทอง สามารถติดต่อสื่อสาร ให้คำแนะนำ และรักษาร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จึงสะดวก ทั้งด้านการรักษา การดูแล และส่งต่อผู้ป่วย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในชุมชน ก็จะสามารถเข้าไปดูแลคนไข้ต่อได้ และบันทึกผลการรักษา การลงเยี่ยมผู้ป่วยหรือชุมชน ผู้ป่วยติดเตียง Palliative Care และ รายโรคอื่น ๆ ที่โรงพยาบาลต้องติดตาม เยี่ยมบ้าน จึงทำให้ดูแลผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึงและเป็นการ เพิ่มโอกาสให้กับประชาชนในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขได้มีความเสมอภาคทางการรักษา

นพ.ธงชัย กล่าวอีกว่า รพ.อู่ทอง ยังมีความโดนเด่นทางด้านการแพทย์แผนไทย มีการผสมผสานการบริการการแพทย์แผนไทย และดำเนินการใน 3 ส่วน ได้แก่ การผลิตยาสมุนไพร การบริการด้านการแพทย์แผนไทย และการพัฒนา ศึกษา วิจัย 1.การผลิตยาสมุนไพร มีการส่งเสริมกลุ่มผู้ปลูกสมุนไพรในชุมชน เพื่อส่งวัตถุดิบป้อนโรงงานผลิตยา ซึ่งก่อให้เกิดรายได้ในชุมชน และมีการตรวจสอบวัตถุดิบตามมาตรฐาน จึงทำให้ยาที่ผลิตมีมาตรฐานตามไปด้วย สถานที่ผลิตยาสมุนไพรของโรงพยาบาล ผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practices) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในปี 2553 และพบว่า มีการนำเภสัชตำรับยาสมุนไพรมาใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันจำนวน 29 รายการ ที่เห็นเด่นชัด ได้แก่ การใช้ยาแก้ไอมะขามป้อม แทน M.tussis รักษาอาการไอ ขับเสมหะ ยาธาตุอบเชยใช้แทน Carminative รักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ น้ำมันไพล ใช้แทน Analgesic balm รักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ

2.การบริการเน้นทั้งการสร้างเสริม ป้องกัน รักษาฟื้นฟู อาทิ มารดาหลังคลอด รวมทั้งได้รับการยอมรับในการใช้ศาสตร์การแพทย์แผนไทยในการรักษาสะเก็ดเงิน ซึ่งเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง การใช้องค์ความรู้แบบองค์รวมทางการแพทย์แผนไทยจึงทำให้คุณภาพของผู้ป่วยดีขึ้น และได้ผลดี จนได้รับการยอมรับในชุมชน นอกจากนี้ มีการพัฒนาเครือข่ายชุมชน ยังเป็นผลงานเด่น ในการร่วมกันดูแลผู้ป่วยแบบ Palliative Care เกิดความเข้มแข็ง และยั่งยืน
3.การพัฒนา มีการศึกษา วิจัยและพัฒนา สมุนไพรในพื้นถิ่นหลายตัวที่โดดเด่นและได้รับรางวัล ได้แก่ “เจลว่านพระฉิม” ซึ่งได้พัฒนาเป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์ นำมาใช้ในผู้ป่วยแผลกดทับ แผลเบาหวาน และใช้ห้ามเลือดได้ จนกระทั่งปี 2559 ได้รับรางวัลการบริการภาครัฐแห่งชาติ “นวัตกรรมการบริการที่เป็นเลิศ ระดับดี” ซึ่งสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย 322,800 บาทต่อปี

