สธ.สุ่มตรวจโควิดนักท่องเที่ยวเข้าไทยเจอ 5 ราย ขาออกผลบวกกว่า 400 คน

23.01.23 | 15:29 น.

สธ.สุ่มตรวจโควิดนักท่องเที่ยวเข้าไทยเจอ 5 ราย ขาออกผลบวกกว่า 400 คน

วันนี้ (23 มกราคม 2566) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า สัปดาห์ที่ 3 ระหว่างวันที่ 16-21 มกราคม 2566 กรมควบคุมโรค รายงานมีผู้ป่วยในโรงพยาบาล (รพ.) 627 ราย เฉลี่ยวันละ 90 ราย ผู้เสียชีวิต 44 คน เฉลี่ยวันละ 6 คน ผู้ป่วยปอดอักเสบ 277 ราย ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ 178 ราย ส่วนการรับวัคซีนโควิด-19 ยอดรวมอยู่ที่ 144.57 ล้านโดส

นพ.ธเรศกล่าวถึงการติดเชื้อในกลุ่มนักท่องเที่ยวหลังไทยรับจีนประเทศมาแล้ว 2 สัปดาห์ ว่า จากที่มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง จากการสุ่มตรวจในกลุ่มผู้เดินทางเข้าประเทศ พบว่า อัตราการติดเชื้อไม่สูง ภาพรวมสัปดาห์แรก รายงานผู้ติดเชื้อเป็นนักท่องเที่ยว 3 ราย ส่วนสัปดาห์ที่ 2 มีรายงาน 5 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่เดินทางมาจากจีน 1 ราย ซึ่งสถานการณ์น่าจะเป็นไปตามที่วางระบบและคาดการณ์ไว้ ดังนั้น ประเทศไทยยังคงมาตรการเดิมในการเฝ้าระวังต่อไป ไม่ต้องหวั่นวิตก

อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยที่จุดฉีดศูนย์การแพทย์บางรัก กรมควบคุมโรค เขตสาทร กรุงเทพมหานคร โดยเปิดให้บริการคนไทยสามารถวอล์กอิน (walk in) ฉีดวัคซีนได้ทุกเข็มโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยในระยะสั้น เช่น การท่องเที่ยว สามารถเลือกเข้ารับบริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ในราคา 1,000 บาท หรือวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ในราคา 800 บาท ค่าบริการฉีดวัคซีน 380 บาท สามารถเข้ารับบริการได้ทุกวันในเวลาราชการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 2286 2468 นั้น เนื่องจากยังเปิดได้ไม่นาน ขณะนี้จึงยังมีนักท่องเที่ยวมารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไม่มากนัก ซึ่งจะยังคงเปิดให้บริการต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ว่า ขณะนี้ประเทศมีการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.2.75 เป็นส่วนใหญ่ ประมาณร้อยละ 86 ส่วน XBB พบเล็กน้อย และยังไม่มี XBB.1.5 ในไทย

“เราก็เฝ้าระวังอยู่ตลอด ส่วนข้อมูลการติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มผู้ที่ต้องเดินทางไปประเทศที่กำหนดให้ตรวจ RT-PCR ก่อนขึ้นเครื่องบินนั้น ห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ได้รายงานเข้าระบบโคแล็บ (Co-Lab) พบติดเชื้อประมาณ 300-400 คน มีทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ ส่วนนักท่องเที่ยวชาวจีนพบ 10 กว่าคน หรือ ร้อยละ 4 เศษๆ ยังเป็นตัวเลขที่น้อยเกินไปสำหรับการจะถอดรหัสพันธุกรรมดูว่าเป็นสายพันธุ์อะไร จึงขอเวลาเก็บข้อมูลอีก 1-2 สัปดาห์ โดยเราให้ห้องแล็บส่งตัวอย่างเชื้อที่มีผลบวกในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ตรวจก่อนขึ้นเครื่องบินทุกรายมาให้เราถอดสายพันธุ์ หากตัวเลขเพิ่มขึ้นก็จะสามารถถอดรหัสพันธุกรรมได้ ทั้งนี้ เพื่อดูว่าการติดเชื้อในนักท่องเที่ยวแต่ละชาติเป็นสายพันธุ์อะไรบ้าง อย่างเช่นนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเยอะ แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้เดินทางกลับประเทศ แต่เมื่อจะกลับก็ต้องตรวจ RT-PCR ก่อน เราก็จะสามารถดูได้ว่าเป็นสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.4/5 ที่ระบาดในจีน หรือเป็น BA.2.75 ที่ระบาดในไทย โดยเราจะมีคำตอบว่า เป็นการติดเชื้อในประเทศไทย หรือติดเชื้อมาตั้งแต่ต้นทาง” นพ.ศุภกิจกล่าว

Advertisement