ศัลยแพทย์ตกแต่งแนะผู้บริโภค รู้ตัวใส่ซิลิโคนเถื่อน ควรเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัย

24.01.23 | 15:55 น.

ศัลยแพทย์ตกแต่งแนะผู้บริโภค รู้ตัวใส่ซิลิโคนเถื่อน ควรเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัย

กรณีที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) จับมือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) บุกทลายโรงสีร้างใน อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ลักลอบผลิตซิลิโคนเถื่อน ส่งคลินิกเสริมความงามทั่วประเทศ ซึ่งเรื่องดังกล่าวสร้างความกังวลใจให้กับประชาชนที่เข้ารับการทำศัลยกรรมกับคลินิกเสริมความงามทั่วไป และตั้งคำถามว่าแล้วจะทราบได้อย่างไรว่าซิลิโคนที่ตัวเองใช้เป็นซิลิโคนที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัยหรือไม่นั้น

วันนี้ (24 มกราคม 2566) นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงาม โรงพยาบาล (รพ.) บางมด กล่าวว่า แนะนำให้เข้าไปอ่านวิธีตรวจสอบซิลิโคนเสริมจมูกหรือเสริมคางในเพจ Dr.Thananchai และว่า เมื่อทราบแล้วว่าซิลิโคนที่เสริมเข้าไปเป็นของปลอม  ไม่แนะนำให้เฝ้าสังเกตอาการ เพราะเราจะไม่ทราบได้เลยว่า สารที่ใส่เข้าไปในร่างกาย จะมีผลเสียกับร่างกายในระยะยาวหรือไม่

นพ.ธนัญชัย กล่าวว่า ในฐานะศัลยแพทย์เสริมความงาม ให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็งในอนาคต

Advertisement

“ในเมื่อวัสดุนั้นไม่มีการวิจัยใดๆ ผลิตจากโรงงานเถื่อน ไม่ผ่าน อย. เราจึงไม่ควรเสี่ยงใช้การเฝ้าสังเกตอาการ  ดังนั้น จึงแนะนำให้เปลี่ยน โดยผ่าตัดเอาซิลิโคนนั้นออกแล้วใส่ซิลิโคนใหม่ที่มีมาตรฐานทางการแพทย์ ผ่าน อย.เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยกับตัวท่านเองในระยะยาว” นพ.ธนัญชัย กล่าวและว่า เมื่อไม่กี่ปีมานี้ องค์การอาหารและยา สหรัฐอเมริกา (FDA) ได้มีการขอเรียกคืนถุงซิลิโคนเสริมหน้าอกจากบริษัทแห่งหนึ่งในหลายๆรุ่น สาเหตุเพราะตรวจพบในภายหลังว่า มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรค BIA-ALCL หรือ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่งที่สัมพันธ์กับถุงซิลิโคนหน้าอก ในระดับที่มากกว่าซิลิโคนอื่นๆ ซึ่งในกรณีนั้น ถุงซิลิโคนผ่านการรับรองของ เอฟดีเอตั้งแต่แรก แต่มาตรวจพบจากการวิจัยในช่วงหลัง

นพ.ธนัญชัย กล่าวว่า จากนั้น คำแนะนำของเอฟดีเอทั่วโลก จึงทำได้ชัดเจน เพราะมีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง รุ่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน ใช้การสังเกตอาการไปได้ ส่วนคนที่มีปัญหา ใช้ซิลิโคนรุ่นที่เสี่ยง ก็ทยอยเปลี่ยนตามความเหมาะสม อันนี้เป็นตัวอย่างวัสดุที่ผ่าน อย.แล้ว นอกจากจะมีความปลอดภัย ณ วันที่ตรวจสอบผ่านแล้ว ในระยะยาวยังมีการวิจัยต่อเนื่อง และมีการแจ้งเตือนหากพบความเสี่ยงในภายหลัง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้บริโภคด้วย

“เมื่อกลับมาเปรียบเทียบกับข่าวในปัจจุบัน เป็นการจับโรงงานเถื่อนในการผลิตซิลิโคนเสริมจมูก คาง กรณีนี้เป็นโรงงานเถื่อน และวัสดุไม่ผ่าน อย. ยิ่งตอกย้ำว่าเราจึงไม่ควรเสี่ยงจะใช้วิธีสังเกตอาการเลย เพราะขนาดของที่ผ่าน อย.ถูกต้องแล้ว ในอนาคตยังมีโอกาสเกิดโรคใหม่ที่ไม่คาดคิดได้ ดังเช่น โรค BIA-ALCL แล้วถ้าของที่ไม่ผ่าน อย.จะเสี่ยงมากขนาดไหน” นพ.ธนัญชัย กล่าวและว่า อยากให้องค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำซิลิโคนปลอมเหล่านี้ไปตรวจพิสูจน์โดยละเอียดว่าเป็นสารประเภทใด มีอันตรายต่อร่างกายหรือไม่ มากน้อยเพียงใด และมีคำแนะนำอย่างเป็นทางการสำหรับผู้ที่เสริมไปแล้วว่าควรเปลี่ยน หรือ ให้เฝ้าสังเกตอาการ เพราะมีผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก