สปสช.เยี่ยมผู้ป่วยไต/ติดเตียง อ.บ่อเกลือ ชี้เทเลเมดิซีนลดค่าใช้จ่ายคนพื้นที่ห่างไกล

25.01.23 | 15:45 น.

สปสช.เยี่ยมผู้ป่วยไต/ติดเตียง อ.บ่อเกลือ ชี้เทเลเมดิซีนลดค่าใช้จ่ายคนพื้นที่ห่างไกล

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดย ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. พร้อมด้วย พญ.วลัยรัตน์ ไชยฟู ผู้อำนวยการ สปสช.เขต 1 เชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เยี่ยมชมการจัดบริการดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ล้างไตผ่านทางช่องท้อง (CAPD) และผู้ป่วยติดเตียง ของโรงพยาบาล (รพ.) บ่อเกลือและเครือข่ายหน่วยบริการในพื้นที่ โดยเป็นการจัดบริการสุขภาพในพื้นที่ห่างไกลให้กับประชาชนสิทธิหลักประกันสุขภาพ (สิทธิบัตรทอง) โดยมีเจ้าหน้าที่บุคลากรแพทย์จาก รพ.บ่อเกลือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านผักเฮือก นำชมการบริการดูแลผู้ป่วย

สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ล้างไตผ่านทางช่องท้องรายนี้ ได้รับการดูแลและฉีดยากระตุ้นเม็ดเลือดโดยสถานบริการสาธารณสุขชุมชน (สสช.) บ้านยอดดอยวัฒนา และ รพ.สต.บ้านผักเฮือก ซึ่งผู้ป่วยขอรับการสนับสนุนเครื่องล้างไตอัตโนมัติ เพื่อความสะดวกในการล้างไตตอนกลางคืน ขณะที่ผู้ป่วยอีกรายที่มีภาวะติดเตียง ได้รับการดูแลจาก รพ.สต. และ รพ.บ่อเกลือ ที่สนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็น รวมถึงผ้าอ้อมผู้ใหญ่สำเร็จรูป ที่เป็นอีกชุดสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้สิทธิบัตรทอง

นายอดิศักดิ์ สุยะ ผู้อำนวยการ รพ.สต.บ้านผักเฮือก กล่าวว่า รพ.สต.บ้านผักเฮือก รับผิดชอบ 8 หมู่บ้าน ประชากรประมาณ 3,000 คน ปัจจุบันมีผู้ป่วยล้างไตทางหน้าท้อง 3 ราย และผู้ป่วยติดเตียงอีก 4 ราย ในส่วนของผู้ป่วยโรคไตนั้นอยู่ห่างจาก รพ.สต.ไม่ต่ำกว่า 20 กิโลเมตร (กม.) จึงให้ผู้ป่วยล้างไตทางหน้าท้องที่บ้าน แต่เนื่องจากผู้ป่วยมีฐานะยากจน จึงได้ขอความร่วมมือชุมชน ในการจัดทำห้องสำหรับล้างไตให้ รวมทั้งขอรับการสนับสนุนเตียงจากกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพจังหวัดน่าน ขณะที่ รพ.สต. จะจัดทีมออกเยี่ยมบ้านในทุกๆ วันจันทร์และพฤหัสบดีของทุกสัปดาห์ ขณะที่ผู้ป่วยติดเตียงจะมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้การดูแลเข้าไปเยี่ยมวัดไข้ วัดความดันโลหิต ตลอดจนให้คำแนะนำในการดูแลต่างๆ ทุก 2 วัน อีกทั้งผู้ป่วยจะมีหมายเลขโทรศัพท์ของ รพ.สต. สำหรับติดต่อ หากมีอาการแทรกซ้อนใดๆ ก็สามารถแจ้งมาที่ รพ.สต. ได้ทันที เจ้าหน้าที่จะออกไปเยี่ยมบ้านโดยไม่จำเป็นต้องรอตามกำหนดการเดิม

“การที่ผู้ป่วยได้ทำการล้างไตที่บ้านอย่างถูกต้องผ่านคำแนะนำ และได้รับการติดตามของแพทย์ ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางเข้าไปยังโรงพยาบาลอำเภอบ่อเกลือเพื่อไปล้างไตสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ซึ่งช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าเดินทางได้สัปดาห์ละ 600 บาท ทำให้ผู้ป่วยมีเงินเหลือเก็บได้อีกเดือนละกว่า 2,000 บาท” นายอดิศักดิ์กล่าว

Advertisement

นายจรัส พนะสัน ผู้ใหญ่บ้าน บ้านยอดดอยวัฒนา หมู่ 10 ต.บ่อเกลือ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน กล่าวว่า การปรับปรุง และจัดทำห้องสำหรับล้างไตให้ผู้ป่วยในหมู่บ้านที่มีฐานะยากจน จะอาศัยความร่วมมือของคนในหมู่บ้าน ชุมชน ได้มาช่วยกันปรับปรุงตามกำลังที่มี โดยไม่ได้ขอรับการสนับสนุนจากท้องถิ่น ซึ่งห้องล้างไตที่จัดทำขึ้น ได้ดำเนินการร่วมกันกับ รพ.สต.ในพื้นที่ ซึ่งใช้ระยะเวลาแค่ 1 วันก็จัดการได้เสร็จ

น.ส.พิมพิไล ช่างทอง หัวหน้ากลุ่มการพยาบาล รพ.บ่อเกลือ กล่าวว่า อ.บ่อเกลือ อยู่ห่างจาก อ.เมืองน่าน ประมาณ 106 กม. พื้นที่ส่วนใหญ่ร้อยละ 80 เป็นพื้นที่ภูเขา อีกร้อยละ 20 เป็นที่ราบ ประชากรตามทะเบียนราษฎร์ 13,000 คน ในส่วนของผู้ป่วยต้องฟอกไตทางหน้าท้องมี 11 ราย ที่รับส่งต่อมาจาก รพ.สมเด็จพระยุพราชปัว และ รพ.น่าน เมื่อส่งมาที่ อ.บ่อเกลือ แล้วจะมีพยาบาลผู้รับผิดชอบงานโรคไตทำหน้าที่ติดตามอาการ โดยจะมีการลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมประเมินที่อยู่อาศัยว่าเอื้อต่อการล้างไตทางหน้าท้องหรือไม่ หากทำที่บ้านไม่ได้ก็จะประสานองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือเทศบาลจัดสถานที่ล้างไตที่เหมาะสมให้

นอกจากนี้ พยาบาลจะลงพื้นที่ติดตามอาการผู้ป่วยทุกเดือน รวมทั้งส่งข้อมูลให้ รพ.สต. ในพื้นที่ติดตามซ้ำ กรณีผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อน พยาบาลผู้รับผิดชอบสามารถโทรปรึกษา รพ.สมเด็จพระยุพราชปัว หรือ รพ.น่านได้ตลอด 24 ชม. และหากต้องมีการส่งต่อ ทาง รพ.บ่อเกลือ ก็จะจัดรถพยาบาลไปส่ง สำหรับการดูแลผู้ป่วยติดเตียง เมื่อ รพ.สมเด็จพระยุพราชปัว หรือ รพ.น่าน ได้ส่งตัวมาแล้ว พยาบาลจะแจ้งกับ รพ.สต. เพื่อติดตามอาการ พร้อมลงพื้นที่ไปกับทีม รพ.สต.ในสัปดาห์แรก หลังจากนั้นจะมีการเยี่ยมประเมินทุก 3 เดือน หรือหากเป็นผู้ป่วยในที่แพทย์อนุญาตให้ออกจาก รพ.บ่อเกลือ แล้ว จะมีการประเมินกิจวัตรประจำวัน (ADL) หากได้คะแนนต่ำกว่า 20 จะประเมินซ้ำเป็นระยะ 1 สัปดาห์ 1 เดือน และ 3 เดือน ขณะเดียวกัน จะมีนักกายภาพบำบัดและนักโภชนาการ ร่วมออกหน่วยไปกับทีมสหวิชาชีพเพื่อให้้คำแนะนำในการทำกายภาพบำบัด และการให้อาหารทางสายยาง

“พยาบาลผู้รับผิดชอบจะมีรายชื่อผู้ป่วยและออกเยี่ยมแม้จะอยู่บนพื้นที่สูง หรือห่างไกล ทั้งเยี่ยมตามปกติและเยี่ยมเมื่อผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อน ในกรณีที่ไปเยี่ยมบ้านแล้วพบว่าผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อน พยาบาลจะโทรปรึกษาแพทย์ ถ้าจำเป็นต้องพบแพทย์ก็จะมีรถพยาบาลไปรับได้ทันที” น.ส.พิมพิไลกล่าว

ด้าน ทพ.อรรถรพรกล่าวว่า การจัดบริการสุขภาพในพื้นที่ห่างไกลที่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เป็นอีกตัวอย่างสะท้อนให้เห็นว่า กลไกต่างๆ ในระบบสุขภาพของประเทศไทย ยังสามารถจัดบริการได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลจากบุคลากรสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง พร้อมเข้าถึงยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสิทธิประโยชน์บัตรทองจะทำให้ประชาชนไม่ต้องจ่ายค่ารักษาพยายาล แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายทางอ้อม เช่น ค่าเดินทางไปพบแพทย์ตามนัด ซึ่งต้องไปโรงพยาบาลแม่ข่าย และมีค่าใช้จ่ายวันละหลายร้อยบาท แต่ทั้งนี้ รพ.บ่อเกลือ พยายามใช้การแพทย์ทางไกล หรือ เทเลเมดิซีน (Telemedicine) สำหรับดูแลผู้ป่วยได้พบแพทย์ผ่านระบบออนไลน์ ขณะเดียวกัน สปสช.มีสิทธิประโยชน์ในการให้ค่าตอบแทนเพิ่มเติมสำหรับบริการเทเลเมดิซีน

ขณะเดียวกัน สปสช.พร้อมจะรับฟังทุกข้อเสนอแนะ เพื่อปรับปรุง เพิ่มเติมให้การบริการสุขภาพสำหรับประชาชนให้ดี และเข้าไปช่วยแก้ปัญหา โดยเฉพาะกฏระเบียบที่อาจทำให้หน่วยบริการทำงานได้ไม่สะดวก ซึ่ง สปสช.พร้อมจะรับข้อมูลไปเพื่อปรับให้การบริการตามชุดสิทธิประโยชน์ดีมากขึ้น

“การแพทย์ทางไกล หรือเทเลเมดิซีน อาจจะมีปัญหาในบางพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่แล้วสัญญาณอินเตอร์เน็ตสามารถเข้าถึงได้ ขณะเดียวกัน ประชาชนบางส่วนในพื้นที่ห่างไกลอาจไม่มีสมาร์ทโฟนใช้ แต่ก็ยังสามารถใช้บริการเทเลเมดิซีนได้ผ่านสมาร์ทโฟนของ อสม. หรือของ รพ.สต.ในพื้นที่ได้เช่นกัน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องเทคโนโลยีเหล่านี้ได้” ทพ.อรรถพรกล่าว