กระทรวงแรงงาน จับมือ 9 หน่วยงานรัฐ/เอกชน ส่งเสริมประชาชนมีงานทำ

27.01.23 | 14:14 น.

กระทรวงแรงงาน จับมือ 9 หน่วยงานรัฐ/เอกชน ส่งเสริมประชาชนมีงานทำ

เมื่อวันที่ 27 มกราคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมการมีงานทำ ที่กระทรวงแรงงาน โดยมี นายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี

นายสุรชัย กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย ระบบเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว ความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้น จนมีแนวโน้มจะเกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน กระทรวงแรงงานจึงได้จัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการให้บริการจัดหางาน เพื่อช่วยเหลือผู้ว่างงานให้กลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยการขับเคลื่อนการให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e – Service) เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ผ่านระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ด้านแรงงาน หรือ Big Data

“โดยวันนี้ กกจ.กับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวม 9 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สมาคมโรงแรมไทย บริษัทจัดหางาน จ็อบ มายเวย์ จำกัด บริษัทจัดหางาน กู๊ด จ๊อบ โปรเพสชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทจัดหางาน เก็ทลิงส์ จำกัด และบริษัทจัดหางาน อินเทิร์นชิพส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ลงนามเอ็มโอยูว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมการมีงานทำ เพื่อจัดทำระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ด้านแรงงาน หรือ ระบบ Labour Big Data Analytics สำหรับเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลด้านความต้องการแรงงาน และด้านกำลังแรงงาน เพื่อใช้แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน และการว่างงาน” นายสุรชัย กล่าวและว่า ข้อมูลมหาศาลเหล่านี้ จะช่วยเตรียมความพร้อมการวางแผนกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และแนวทางการพัฒนาประเทศ สอดรับกับนโยบายรัฐบาล ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้กระทรวงแรงงานบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการสร้างโอกาสการเข้าถึงอาชีพ ให้ประชาชนมีรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

Advertisement

ด้านนายไพโรจน์ กล่าวว่า กรอบความร่วมมือที่กรมการจัดหางาน ลงนามเอ็มโอยูร่วมกับทั้ง 9 หน่วยงาน มีสาระสำคัญ 5 ด้าน ดังนี้ 1.ส่งเสริมการมีงานทำโดยเพิ่มช่องทางการเข้าถึงตำแหน่งงานว่างให้ประชาชนได้มีโอกาสเลือกทำงานที่เหมาะสมกับความรู้ ความถนัดและประสบการณ์ รวมทั้งการวิเคราะห์ความต้องการตลาดแรงงานและแนวโน้มตลาดแรงงานของประเทศ 2.ส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสในการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และความถนัดของตนเองให้เหมาะสมกับความต้องการแรงงานในอนาคต โดยเพิ่มช่องทางเข้าถึงข้อมูลหลักสูตรการฝึกอบรมออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มไทยมีงานทำ 3.เชื่อมโยงข้อมูลตำแหน่งงานว่างที่มีในแพลตฟอร์มบริษัทจัดหางานลงในแพลตฟอร์มไทยมีงานทำ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน ผู้ว่างงาน และผู้ที่ต้องการหางาน สามารถใช้บริการหางานได้บนแพลตฟอร์มเดียว โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 4.สนับสนุนข้อมูลทางเศรษฐกิจ ได้แก่ แนวโน้มภาพรวมเศรษฐกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรม และผลการสำรวจของส.อ.ท. หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มความต้องการแรงงานในภาคอุตสาหกรรม และ 5.ร่วมประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการมีงานทำ ให้ความรู้ด้านแรงงานที่มีประโยชน์ต่อประชาชนในการหางานทำ และเข้าร่วมกิจกรรมนัดพบแรงงาน โดยให้บริการจัดหางานแก่ผู้สมัครงาน โดยไม่เรียกเก็บค่าบริการหรือค่าใช้จ่าย