“ฉลาดซื้อ” เตือนกินเยลลี่เหลวลดน้ำหนัก ระวัง! ได้น้ำตาลแถมอ้วน
เมื่อวันที่ 27 มกราคม นิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) ภายใต้โครงการสร้างเสริมความเข้มแข็งระบบเฝ้าระวังสินค้าและบริการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้สุ่มเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เยลลี่พร้อมดื่ม จำนวน 22 ตัวอย่าง รวม 6 ยี่ห้อ ที่วางขายในร้านสะดวกซื้อ เมื่อเดือนตุลาคม 2565 โดยนำไปสำรวจฉลากแสดงส่วนประกอบและฉลากโภชนาการ พบสัดส่วนของปริมาณน้ำผลไม้ มากที่สุดถึงร้อยละ 30 ส่วนใหญ่เป็น น้ำองุ่นขาวชนิดเข้มข้น ถือเป็นน้ำผลไม้ยอดนิยมที่ผลิตนำใช้เป็นส่วนประกอบมากที่สุด พบถึง 17 ตัวอย่าง สารอีกชนิดที่พบถึง 18 ตัวอย่าง คือ วัตถุกันเสีย ตามมาด้วย สารให้ความหวานแทนน้ำตาล 19 ตัวอย่าง
นอกจากนี้ นิตยสารฉลาดซื้อ ได้สำรวจฉลากโภชนาการ (ปริมาณต่อ 1 หน่วยบริโภค) พบว่า เยลลี่เหลวบรรจุ 1 ถุง ที่มีพลังงานมากถึง 60 กิโลแคลอรี มีถึง 5 ตัวอย่าง นอกจากนี้ ยังพบส่วนผสมของน้ำตาลมากที่สุดถึง 14 กรัม และตัวอย่างที่มีโซเดียมมากที่สุด 75 มิลลิกรัม ดังนั้น เมื่อผู้บริโภคได้รับรู้ถึงส่วนผสมต่างๆ ในเยลลี่เหลวบรรจุถุงพร้อมดื่ม ที่อาจกระทบต่อสุขภาพ จึงต้องตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าประเภทนี้มากินอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นที่ชัดเจนว่าไม่ใช่อาหารสำหรับควบคุมน้ำหนักอย่างแน่นอน แถมยังทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น หากบริโภคแทนมื้ออาหารหลัก

นิตยสารฉลาดซื้อ ระบุว่า หากผู้บริโภคดื่มเยลลี่แล้วมีอาการปวดท้อง ท้องไส้ปั่นป่วน ให้สันนิษฐานว่า กระเพาะอาหารอาจไวต่อคาราจีแนน ทั้งนี้ จากผลศึกษาเปรียบเทียบ 45 รายการ โดย ศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีชีวภาพสหรัฐ (National Center for Biotechnology Information: NCBI) เมื่อปี 2001 สรุปว่า การกินคาราจีแนนติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจเสี่ยงต่อมะเร็งระบบทางเดินอาหารและ ลำไส้อักเสบ
ส่วนผู้บริโภคที่แพ้ปลา ควรหลีกเลี่ยงเยลลี่พร้อมดื่มที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนจากปลา และอีกประเด็นสำคัญ ที่ผู้บริโภคอาจคาดไม่ถึงคือ อาการแพ้ต่อสารที่เป็นส่วนผสม โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคฟีนิลคีโตนูเรีย (Phenylketonuria ) ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมมีการถ่ายทอดยีนด้อยเกิดจากความผิดปกติของระบบเผาผลาญ หากไปกินผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมฟินิลอลานีน (Phenylalanine ) จะทำให้ร่างกายเกิดความดันโลหิตสูง

