ปลัด สธ.-ผู้ตรวจฯ สวัสดิ์ ยันไม่ทบทวนคำสั่งย้ายหมอสุภัทร แจงซื้อเครื่องมือแพทย์ มีบริษัทเดียวที่มี AI

29.01.23 | 12:02 น.

ปลัด สธ.-ผู้ตรวจฯ สวัสดิ์ ยันไม่ทบทวนคำสั่งย้ายหมอสุภัทร แจงซื้อเครื่องมือแพทย์ มีบริษัทเดียวที่มี AI

กรณี นพ.สวัสดิ์ อภิวัจนีวงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ปฏิบัติราชการแทนปลัด สธ.ลงนามในคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 125/2566 เรื่อง ย้ายข้าราชการ ซึ่งเป็นการโยกย้าย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) จะนะ ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ รพ.สะบ้าย้อย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สงขลา โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ลงนาม วันที่ 25 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ภายหลัง นพ.สุภัทรได้เปิดเผยว่า การโยกย้ายครั้งนี้มีนัยทางการเมือง และมีกระแสสังคมเรียกร้องให้ผู้บริหาร สธ.ทบทวนคำสั่งนั้น

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ.กล่าวว่า สำหรับคำสั่งโยกย้าย นพ.สุภัทร เป็นไปตามระเบียบทางราชการ คำสั่งได้ผ่านการลงนามโดย นพ.สวัสดิ์ อภิวัจนีวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 ดังนั้น ผู้ที่จะมีสิทธิพิจารณาทบทวนคำสั่งก็คือผู้ที่ลงนาม อย่างไรก็ตาม ด้วยคำสั่งดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบของราชการ ซึ่งจะมีการเปิดช่องให้ผู้ที่ถูกโยกย้ายสามารถส่งเรื่องอุทธรณ์ไปยังผู้ที่มีอำนาจเหนือขึ้นไป 1 ขั้น กรณีนี้ก็จะต้องไปตีความเอาว่าใครที่อยู่ในตำแหน่งดังกล่าว การเป็นข้าราชการจะต้องทำตามระเบียบ จากนั้นก็จะมีการพิจารณาเหตุผลตามสมควร

ด้าน นพ.สวัสดิ์กล่าวว่า ก่อนออกคำสั่งนั้นมีการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ดังนั้นก็จะไม่มีการทบทวนคำสั่งอีก เรื่องนี้มีการคุยกันมานานแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 ซึ่ง รพ.สะบ้าย้อย มีปัญหาและต้องการคนเก่งเข้าไปพัฒนาจริงๆ ส่วน นพ.สุภัทรเองก็ทราบว่าตนจะถูกย้ายไปอยู่ที่นั่น เพียงแต่ยังรอคำสั่งอยู่ ในวันนี้คำสั่งนั้นก็ออกมาให้เห็นชัดแล้ว ดังนั้นก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความไลน์กลุ่ม ที่ นพ.สวัสดิ์แจ้งว่า ผู้ใหญ่ได้ฝากบริษัทเครื่องมือแพทย์แห่งหนึ่ง ขอให้โรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 7 ช่วยซื้อ นพ.สวัสดิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้ทำอะไรผิด ตนแค่ขอความร่วมมือให้โครงการดูแลจอประสาทตาเสื่อมด้วย AI เกิดขึ้นในเขตสุขภาพที่ 7 เพราะอย่างในเขต 12 เกิดขึ้นแล้ว รพ.สต.สามารถใช้ได้แล้ว ซึ่งในข้อความที่เห็นก็มีการเขียนชัดเจนว่า สวัสดิการให้เป็นไปตามธรรมปฏิบัติของจังหวัด ดังนั้น ไม่ได้เป็นการจัดหาแต่อย่างใด ตนเพียงแนะนำว่า บริษัทที่มีอุปกรณ์ดูแลจอประสาทตา จากที่มี 3 บริษัท แต่พบว่ามีเพียงบริษัทเดียวที่ใช้ AI ได้ ขอให้มีการจัดซื้อจากบริษัทนี้ก่อนเพื่อนำมาใช้ดูแลประชาชนในพื้นที่ 40 เครื่อง จากนั้นถ้าบริษัทอื่นสามารถเอาระบบ AI เข้ามาใช้ได้ก็จะมีการจัดซื้อเพิ่มเติม เพราะต้องการใช้จำนวนมากเนื่องจาก รพ.สต.จะต้องดูแลประชาชนหลายคน

“ยืนยันว่าไม่ได้แตะผลประโยชน์ของใคร ส่วนคำว่าผู้ใหญ่ที่ผมหมายถึง หมายถึงผู้ใหญ่ที่ผมเคารพ และเกษียณไปแล้ว ได้แนะนำว่าการจะแก้ไขจอประสาทตาเสื่อมนั้นจะต้องใช้เครื่องมือที่มี AI ซึ่งตอนนี้มีเพียงบริษัทเดียวที่มีระบบนั้น” นพ.สวัสดิ์กล่าว

Advertisement