รพ.สังกัดทอ.หนุนบริการสร้างเสริมสุขภาพฯ ทุกสิทธิการรักษาในความรับผิดชอบต่อเนื่อง
วันนี้ (29 มกราคม 2566) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พญ.ลลิตยา กองคำ รองเลขาธิการ สปสช. นพ.วิรัตน์ เอื้องพูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ สปสช.เขต 13 กรุงเทพมหานคร และ พล.อ.อ.นพ.ทวีพงษ์ ปาจรีย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สปสช. พร้อมด้วยคณะเข้าพบ พล.อ.ท.วรงค์ ลาภานันต์ เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ และผู้บริหารโรงพยาบาลในสังกัดกรมแพทย์ทหารอากาศ ที่ โรงพยาบาล (รพ.) ภูมิพลอดุลยเดช เพื่อหารือเดินหน้าความร่วมมือในการดูแลประชาชนให้เกิดการเข้าถึงบริการภายใต้สิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท)

นพ.จเด็จ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีมติชะลอการจ่ายงบประมาณบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2566 ในส่วนของประชาชนผู้ไม่ใช่สิทธิบัตรทอง อาทิ สิทธิสวัสดิการข้าราชการ, รัฐวิสาหกิจ และประกันสังคม เป็นต้น เพื่อรอความชัดเจนทางกฎหมายในมาตรา 5, 9 และ 10 ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 และเพื่อให้ประชาชนที่มีสิทธิอื่นซึ่งไม่ใช่สิทธิบัตรทองได้รับการดูแลสร้างเสริมสุขภาพฯ อย่างต่อเนื่อง สปสช. จึงได้ประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่มีสถานพยาบาลภายใต้สังกัด และร่วมบริการระบบบัตรทอง ได้ให้บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ กับผู้ไม่ใช่สิทธิบัตรทองในระหว่างนี้ไปก่อน
“ทั้งนี้การหารือดังกล่าว ได้ขอการสนับสนุนจากกรมแพทย์ทหารอากาศ เพื่อให้โรงพยาบาล หรือหน่วยบริการในสังกัด อาทิ รพ.ภูมิพล รพ.ทหาอากาศ (สีกัน) เป็นต้น ร่วมให้บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ รวมถึงบริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีกับผู้ไม่ใช่สิทธิบัตรทอง เฉพาะประชากรที่อยู่ในการดูแลรับผิดชอบของโรงพยาบาลเท่านั้น เช่นเดียวกับที่ สปสช.ได้ขอการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) กรมการแพทย์ทหารบก และกรมการแพทย์ทหารเรือ ไปก่อนหน้านี้” นพ.จเด็จ กล่าวและว่า การประชุมหารือเป็นไปด้วยดี โดยเจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศมีความห่วงใยต่อสุขภาพของประชาชนในการเข้าถึงบริการที่จำเป็น ซึ่ง สปสช.ชี้แจง โดยย้ำว่า บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ ภายใต้กองทุนบัตรทอง สปสช. ได้จัดสรรงบประมาณสำหรับผู้มีสิทธิอื่นไว้แล้ว จำนวน 5.14 พันล้านบาท เพียงแต่เมื่อมีการท้วงติงข้อกฎหมายทำให้ต้องมีการชะลอการจ่ายเงินในส่วนนี้ออกก่อนเท่านั้น ไม่ใช่ไม่มีงบประมาณดำเนินการ ขณะที่สิทธิประโยชน์บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ มีเพียงกองทุนบัตรทองที่ครอบคลุมดูแล

เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า การหารือกับกรมแพทย์ทหารอากาศ และหน่วยงานอื่นๆ เป็นผลมาจากการประชุมบอร์ด สปสช. เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565 ซึ่งมอบให้ สปสช. ประสานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้สถานพยาบาลหรือหน่วยบริการภายใต้สังกัดให้บริการสร้างเสริมสุขภาพฯ เพื่อให้เกิดการดูแลประชาชนผู้มีสิทธิรักษาพยาบาลอื่นให้เข้าถึงสิทธิประโยชน์สุขภาพที่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง และเป็นบริการที่ควรได้รับการดูแล ไม่ว่าจะเป็นบริการฝากครรภ์คุณภาพ บริการวัคซีนพื้นฐาน เป็นต้น
“โอกาสนี้ ผู้บริหารโรงพยาบาลสังกัดกรมแพทย์ทหารอากาศยังได้หารือในข้อติดขัดการเบิกจ่ายค่าบริการของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ผ่านมา เช่น กรณีการเบิกจ่ายค่าบริการคัดกรองโควิด-19 สำหรับผู้ป่วยในที่เกินระยะเวลาการใช้งบประมาณ พ.ร.บ.เงินกู้ฯ ค่าบริการที่ยังไม่สามารถเบิกจ่ายชดเชยได้ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้มีข้อเสนอแนะเพื่อให้การเบิกจ่ายชดเชยค่าบริการต่างๆ ให้กับหน่วยบริการเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้อง อาทิ กำหนดช่องทางการส่งข้อมูลการเบิกจ่ายชดเชยให้มีเพียงช่องทางเดียว การกำหนดการตรวจสอบการเบิกค่าชดเชยให้เหมาะกับบริบทของสถานพยาบาลแต่ละระดับ และการเบิกค่าบริการโครงการพิเศษควรดำเนินการร่วมกับการักษาตามสิทธิพื้นฐาน เป็นต้น โดย สปสช. ได้รับข้อเสนอต่างๆ นี้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบต่อไป” นพ.จเด็จ กล่าว

