กรมควบคุมโรคย้ำปีนี้ฝุ่น PM2.5 แนวโน้มพุ่ง แนะประเมินความเสี่ยงก่อนออกจากบ้าน

31.01.23 | 14:51 น.

กรมควบคุมโรคย้ำปีนี้ฝุ่น PM2.5 แนวโน้มพุ่ง แนะประเมินความเสี่ยงก่อนออกจากบ้าน

วันนี้ (31 มกราคม 2566) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ช่วงนี้ในหลายพื้นที่มีรายงานค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ กลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคหืด ภูมิแพ้ ฯลฯ หากได้รับฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าสู่ร่างกาย อาจมีความเสี่ยงทำให้เกิดการเจ็บป่วยหรือมีผลกระทบต่อสุขภาพที่รุนแรงมากกว่าประชาชนทั่วไป

นพ.ธเรศ กล่าวว่า จากการสำรวจสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทย 3 ปีย้อนหลัง พบว่ามีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ในช่วงรอยต่อฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อน คือตั้งแต่เดือนธันวาคม – เมษายน และจากข้อมูลของศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในวันที่ 26 มกราคม 2566 พบพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ในบางจังหวัดทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม)

นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า แนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ควรเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการเจ็บป่วยหรือมีผลต่อสุขภาพมากกว่าคนทั่วไป ได้แก่ กลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ กลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ กลุ่มโรคหัวใจ กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ และกลุ่มโรคตาอักเสบ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัวนี้อาจจะมีโอกาสเกิดอาการกำเริบมากขึ้นได้ และสำหรับกลุ่มที่มีโอกาสสัมผัสฝุ่นอย่างต่อเนื่อง เช่น ตำรวจจราจร คนขับรถสาธารณะ คนกวาดถนน คนทำงานในที่โล่งแจ้ง ควรดูแลสุขภาพ ป้องกันตนเอง และสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด

“นอกจากนี้ ขอความร่วมมือประชาชนติดตามสถานการณ์ค่าฝุ่น PM2.5 จากเว็บไซต์ของกรมควบคุมมลพิษ http://air4thai.pcd.go.th/ หรือผ่านทางแอพพลิเคชัน Air4Thai เพื่อตรวจสอบคุณภาพอากาศ ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ควรปิดบ้านเรือนให้มิดชิดไม่เปิดประตูหน้าต่างโดยไม่จำเป็น และหากจำเป็นต้องออกจากบ้าน หรือเมื่อไปในพื้นที่ที่มีระดับฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ขอให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 เช่น หน้ากาก N95 หรือหน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่นขนาดเล็กได้ตลอดเวลาที่อยู่ภายนอกอาคาร พร้อมทั้งดูแลสุขภาพตนเอง พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อบรรเทาอาการระคายเคืองคอ แสบคอ หากมีอาการ ไอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ใจสั่น ระคายเคืองตา หรือมีอาการผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422” นพ.อภิชาต กล่าว