สปสช.เผย รพ.สังกัด สธ. 70 แห่ง เอกชน 14 แห่ง รับยุติตั้งครรภ์ปลอดภัย

8.02.23 | 14:51 น.

สปสช.เผย รพ.สังกัด สธ. 70 แห่ง เอกชน 14 แห่ง รับยุติตั้งครรภ์ปลอดภัย

ตามที่กลุ่มทำทาง พร้อมผู้หญิงที่เคยทำแท้ง เครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อยื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ.ขอให้เร่งรัดการดำเนินการให้หน่วยงานภายใต้สังกัด สธ.ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ.2564 และขอให้ลงนามเรื่อง งบส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคในการยุติตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย ทั้งบัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ นั้น

วันนี้ (8 กุมภาพันธ์ 2566) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า สปสช.ได้บรรจุการบริการป้องกันการยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่ปลอดภัย ให้เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อเป็นการดูแลความปลอดภัยกับหญิงไทยทุกอายุ ที่จำเป็นต้องยุติการตั้งครรภ์จากภาวะการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม โดยการขอรับหรือการให้บริการยุติการตั้งครรภ์นั้น เป็นไปตามมาตรา 305 แห่งประมวลกฎหมายอาญาที่แก้ไขตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ.2564 และข้อบังคับแพทยสภา บริการป้องกันการยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่ปลอดภัยหรือบริการยุติการตั้งครรภ์สำหรับหญิงตั้งครรภ์ไม่พร้อมนั้น ครอบคลุมการให้บริการทั้งวิธีการใช้ยาหรือวิธีการทางศัลยกรรม โดยมีหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่มีศักยภาพในการให้บริการยุติการตั้งครรภ์ด้วยยาซึ่งลงทะเบียนกับกรมอนามัย

“สตรีที่เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย สามารถไปรับบริการได้ตามหน่วยบริการที่มีศักยภาพในการให้บริการได้ ซึ่งปัจจุบันหน่วยบริการสังกัด สธ. มี 70 แห่ง และภาคเอกชนมีอีก 14 แห่ง ปัญหาคือ หน่วยบริการบางแห่ง อาจไม่มั่นใจในการให้บริการดังกล่าว ก็สามารถส่งต่อไปยังหน่วยบริการสังกัด สธ.ได้ หรือโทรศัพท์สายด่วน สปสช. 1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เรายินดีให้บริการช่วยเหลือ” นพ.จเด็จกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า สปสช.จัดสรรงบประมาณส่วนใดในการให้บริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยแก่โรงพยาบาลต่างๆ นพ.จเด็จกล่าวว่า มี 2 ส่วน ทั้งงบประมาณส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค หรืองบ PP และอีกงบเป็นงบประมาณบริการผู้ป่วยใน อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจในการดำเนินการเบิกจ่ายทุกสิทธิการรักษา แต่ในส่วนของประชาชน หรือสตรีที่ตรงตามเงื่อนไขยุติการตั้งครรภ์ สามารถรับบริการได้ทุกสิทธิ ไม่มีผลกระทบ ขณะที่เรื่องการเบิกจ่าย ทาง สปสช.จะดำเนินการบริหารจัดการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ

“ยืนยันว่า จะให้ความดูแลดีที่สุด ปัญหาของการยุติการตั้งครรภ์มาจากหน่วยบริการบางแห่งไม่พร้อม แต่เราเข้าใจปัญหาตรงนี้ ดังนั้น หากไม่ได้รับบริการ หรือมีปัญหาให้โทรสายด่วน สปสช. 1330 ตลอด 24 ชั่วโมงหรือโรงพยาบาลสามารถโทรสอบถามทาง สปสช.ได้” นพ.จเด็จกล่าว

Advertisement