สธ.รับลูกนายกฯ จัดส่งทีมแพทย์ร่วมปฏิบัติการกู้ภัยดินไหวตุรกี-ซีเรีย

9.02.23 | 15:18 น.

สธ.รับลูกนายกฯ จัดส่งทีมแพทย์ร่วมปฏิบัติการกู้ภัยดินไหวตุรกี-ซีเรีย

วันนี้ (9 กุมภาพันธ์ 2566) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ตามที่เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศตุรกีและซีเรีย ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากนั้น ได้รับข้อสั่งการจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. เรื่อง นายกรัฐมนตรีมีดำริผ่านกระทรวงต่างประเทศ (กต.) ในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการแพทย์ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ สธ.โดยกองสาธารณสุขฉุกเฉิน สำนักงานปลัด สธ. กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค และกรมการแพทย์ จึงประชุมหารือร่วมกับกรมยุโรป กต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงสถานการณ์และความช่วยเหลือ ได้ข้อสรุปว่า ประเทศตุรกีมีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง มีการประกาศเขตภัยพิบัติ 10 จังหวัด ส่วนประเทศซีเรียได้รับผลกระทบวงกว้างเช่นกัน ภาพรวมประชากรได้รับบาดเจ็บมากกว่า 20,000 ราย และอยู่ระหว่างค้นหาผู้ติดอยู่ในซากตึก โดยอุณหภูมิในพื้นที่ประมาณ -10 องศาเซลเซียส

นพ.โอภาส กล่าวว่า สำหรับการพิจารณาสนับสนุนความช่วยเหลือเบื้องต้น จะแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่

1.การส่งทีม Urban Search and Rescue (USAR) หรือทีมค้นหากู้ภัย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรับดำเนินการ ซึ่งจะมีบุคลากรแพทย์ พยาบาลกู้ชีพ และเวชกิจฉุกเฉิน ของกรมการแพทย์ จำนวน 3 คน เข้าร่วมทีม ออกเดินทางในช่วงค่ำวันนี้ (9 กุมภาพันธ์ 2566)

2.การสนับสนุนครุภัณฑ์และเวชภัณฑ์ ซึ่งสถานทูตตุรกีได้ส่งรายการเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ต้องการมา 215 รายการ สธ.ได้พิจารณาสนับสนุนอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นและเหมาะสมต่อสถานการณ์แผ่นดินไหวในวงเงิน 5-6 ล้านบาท อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ ส่วนประเทศซีเรียไม่มีสถานทูตไทย การดำเนินการขอให้พิจารณาผ่านสถานทูตไทย ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน

3.การสนับสนุนทีมแพทย์เบื้องต้น โดยทีมแพทย์ทหารจัดส่งทีม MERT (Medical Emergency Response Team) ประมาณ 25 นาย ไปปฏิบัติการ

Advertisement

และ 4.สธ.จะเตรียมความพร้อมทีม Thailand EMT (Emergency Medical Team) ซึ่งเป็นทีมปฏิบัติการทางการแพทย์ด้านภัยพิบัติที่ผ่านการอบรมและขึ้นทะเบียนกับองค์การอนามัยโลก อยู่ระหว่างการระดมทีม สรุปแผนและแนวทางการปฏิบัติ มีจำนวน 32 คน เป็นสหวิชาชีพ ทั้งแพทย์ พยาบาลกู้ชีพ นักวิชาการสาธารณสุข เวชกิจฉุกเฉิน เทคนิคการแพทย์ วิศวกร บุคลากรอื่นๆ โดยจะมีการประชุมพรุ่งนี้ (10 กุมภาพันธ์ 2566) และจะประสานกับกระทรวงกลาโหม ว่า ทีมแพทย์ทหารที่เดินทางไปแล้วต้องการทีมสนับสนุนเพิ่มเติมหรือผลัดเปลี่ยนหรือไม่ โดยกรมการแพทย์ เป็นผู้ประสานหลัก

“การไปปฏิบัติการช่วยเหลือในครั้งนี้ มีข้อจำกัดหลายประการ ทั้งเรื่องอุณหภูมิที่ต่ำถึง-10 องศาเซลเซียส ภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม รวมถึงการเกิด After Shock จึงเน้นย้ำให้บุคลากรที่จะเดินทางไปให้ความช่วยเหลือระมัดระวังอย่างเต็มที่ ดูแลความปลอดภัยทั้งของ ตนเองและผู้ประสบภัย” นพ.โอภาสกล่าว