ไข้เลือดออกแนวโน้มพุ่ง! เดือนเดียวป่วยกว่า 2 พันราย สธ.ชี้โรคไวต่อสภาพอากาศ

12.02.23 | 13:24 น.

ไข้เลือดออกแนวโน้มพุ่ง! เดือนเดียวป่วยกว่า 2 พันราย สธ.ชี้โรคไวต่อสภาพอากาศ

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 12-18 กุมภาพันธ์ 2566 แจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังโรคไข้เลือดออก ทั้งนี้ จากการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ในปี 2566 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พบผู้ป่วย 2,683 ราย อัตราป่วย 4.05 ประชากรแสนคน เสียชีวิต 1 ราย

กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด 3 อันดับ คือ อายุ 5-14 ปี ร้อยละ 11.63 อายุ 15-24 ปี ร้อยละ 7.32 อายุ 0-4 ปี ร้อยละ 5.23 ตามลำดับ พื้นที่ที่พบอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคกลาง 996 ราย คิดเป็นร้อยละ 5.87 กรุงเทพมหานคร 649 ราย ร้อยละ 11.68 ภาคใต้ 625 ราย ร้อยละ 6.59 ภาคเหนือ 296 ราย ร้อยละ 2.40 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 117 ราย ร้อยละ 0.54 โดยจำนวนผู้ป่วยในช่วงนี้ มากกว่าปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกันถึง 5 เท่า

สำหรับสัดส่วนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกจำแนกตามกลุ่มอาการ แบ่งเป็น กลุ่มอาการไข้เด็งกี (Dengue fever: DF) ร้อยละ 69.8, ไข้เลือดออก (Dengue Hemorrhagic Fever: DHF) ร้อยละ 29.1 และไข้เลือดออกที่ช็อก (Dengue Shock Syndrome: DSS) ร้อยละ 1.1 เป็นต้น

และสัปดาห์นี้ คาดว่ามีแนวโน้มพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากโรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่ไวต่อสภาพอากาศ ทั้งจากอุณหภูมิและปริมาณน้ำฝน ซึ่งสอดคล้องข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่ระบุว่า สัปดาห์นี้พบว่าสภาพอากาศของประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองกระจาย และฝนตกหนักในบางพื้นที่ ซึ่งจะทำให้ภาชนะต่างๆ หรือเศษขยะ มีน้ำฝนท่วมขังอยู่ เช่น ฝาขวด แก้วพลาสติก ถุงพลาสติก เศษกระถาง ซึ่งน้ำที่ท่วมขังเป็นน้ำนิ่งและค่อนข้างสะอาดที่ยุงลายชอบวางไข่ โดยไข่ของยุงลายจะยึดติดแน่นกับขอบผิวภาชนะเหนือระดับน้ำเล็กน้อย สามารถอยู่ได้นานเป็นปี เมื่อมีน้ำท่วมถึงสามารถฟักตัวเป็นระยะตัวเต็มวัยในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ และเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น จะทำให้ยุงลายตัวเต็มวัยออกหากินในช่วงกลางคืนมากขึ้น

กรมควบคุมโรค จึงแนะนำประชาชน ป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด และป้องกันไม่ให้ยุงเกิด ด้วยวิธีนอนในมุ้ง อยู่ในห้องติดมุ้งลวด ใส่เสื้อผ้ามิดชิด ทาโลชั่นกันยุง ใช้ยาจุดกันยุง พร้อมทั้งปฏิบัติตามหลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ได้แก่ เก็บบ้านให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายเกาะพัก จัดเก็บเสื้อผ้าใส่ตู้ให้เป็นระเบียบ เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ จำพวกเศษภาชนะวัสดุที่ทิ้งกระจายรอบๆ บ้าน เช่น กะลา กระป๋อง ถุงพลาสติก ควรเก็บทิ้งหรือถมดินไม่ให้น้ำขัง ยางรถยนต์เก่า สามารถดัดแปลงนำมาใช้ประโยชน์หรือขายให้สถานประกอบการ และสุดท้ายคือเก็บแหล่งน้ำ ปิดให้มิดชิด เปลี่ยนถ่ายน้ำทุกสัปดาห์ไม่ให้ยุงลายวางไข่ ภาชนะขังน้ำขนาดเล็กหมั่นเปลี่ยนน้ำทุก 7 วัน เช่น แจกันดอกไม้สด แจกันหิ้งบูชาพระ แจกันที่ศาลพระภูมิ ขวดเลี้ยงพลูด่าง ไม้ประดับ ใส่ทรายธรรมดาในจานรองกระถางต้นไม้ให้ดูดซับน้ำ

Advertisement

ทั้งนี้ ประชาชนควรสังเกตอาการของตนเองและคนในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังหากมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ไข้นานเกินกว่า 2 วัน อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย เบื่ออาหาร หน้าตาแดง อาจมีผื่นขึ้นที่ผิวหนังตามแขน ขาข้อพับ ให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม และข้อเน้นย้ำว่าไม่ซื้อยากินเอง เนื่องจากยาลดไข้บางประเภทอาจทำให้มีอาการรุนแรงและเลือดออกมากขึ้น รักษายากขึ้นจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ สำหรับร้านขายยาและคลินิก ควรแนะนำให้ผู้ป่วยสงสัยโรคไข้เลือดออก ให้ไปรักษาที่โรงพยาบาล หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422