จุดความร้อนวานนี้ ไทยมาแรง แซงเพื่อนบ้าน ขึ้นนำกว่า 2,600 จุด
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ GISTDA เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของระบบเวียร์ (VIIRS) ว่าไทยพบจุดความร้อนวานนี้ (13 ก.พ.66) จำนวน 2,656 จุด ในขณะที่จุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านอย่างสาธารณรัฐสหภาพเมียนมา ตามมาติดๆ จำนวน 2,321 จุด, สปป.ลาว จำนวน 1,422 จุด, ราชอาณาจักรกัมพูชา 664 จุด, เวียดนาม 542 จุด และมาเลเซีย 1 จุด
จุดความร้อนในประเทศไทยส่วนใหญ่สูงสุดพบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 1,196 จุด, ป่าสงวนแห่งชาติ 1,071 จุด, พื้นที่เกษตร 159 จุด, พื้นที่เขต ส.ป.ก. 127 จุด, ชุมชนและอื่นๆ 100 จุด และริมทางหลวง 3 จุด โดยจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดวานนี้คือ #ลำปาง 338 จุด #ตาก 321 จุด #น่าน 318 จุด และ #เชียงใหม่ 249 จุด ตามลำดับ จากภาพแสดงให้เห็นว่าภาคเหนือมีปริมาณจุดความร้อนมากกว่าภาคอื่นๆ
ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังที่มักจะมากับเหตุการณ์ไฟป่า และจุดความร้อนคือ PM2.5 สถานการณ์การจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลให้เกิด PM2.5 ได้ในพื้นที่บริเวณชายแดน เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากกระแสลมที่จะพัดผ่านเข้ามา ปัญหาไฟป่า หมอกควัน ส่งผลกระทบให้กับระบบต่างๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THEOS-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งหนึ่งในภารกิจสำคัญของระบบนี้คือการสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น หรือคาดว่าจะเกิดขึ้น ได้อย่างทันท่วงทีและแม่นยำ เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรงได้ GISTDA ยังคงติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่ ท่านสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://fire.gistda.or.th
#จิสด้า #gistda #ไฟป่า #หมอกควัน #คุณภาพชีวิต #วิเคราะห์ข้อมูล #มลพิษทางอากาศ #จุดความร้อน #คุณภาพอากาศ #ค่าฝุ่นละออง #ฝุ่นพิษวิกฤตชาติ #รู้สู้ภัยพิบัติ

