สุชาติ สั่งประกันสังคมอุดรฯ เยียวยาเคสเครื่องจักรหนีบลูกจ้าง รง.ยางพารา เสียชีวิต
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีลูกจ้างโรงงานผลิตยางพารา จ.อุดรธานี ถูกเครื่องจักรหนีบเสียชีวิตว่า ได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) และสำนักงานประกันสังคมจังหวัดอุดรธานี ลงพื้นที่หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้แล้ว เบื้องต้นได้รับรายงานว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 12.25 น. ขณะที่ นายเนตร เครือสี อายุ 35 ปี ลูกจ้างซึ่งทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยช่าง นำด้ามเหล็กขึ้นไปแซะยางที่ตะแกรงเหล็กบริเวณเครื่องโรยยาง ทำให้ใบพัดของเครื่องโรยยางดึงและหนีบตัวนายเนตรเข้าไปในเครื่องจนเสียชีวิตทันที โดยขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน ได้เข้าไปช่วยเหลือและนำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรพลิกศพ ที่โรงพยาบาล (รพ.) หนองหาน จ.อุดรธานี

“ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ญาติของลูกจ้างผู้เสียชีวิตมา ณ ที่นี้ อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดอุดรธานี เร่งดำเนินการช่วยเหลือครอบครัว ญาติของลูกจ้างผู้เสียชีวิตให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย เช่น ค่าทำศพ เงินทดแทนกรณีเสียชีวิตโดยเร็ว” นายสุชาติกล่าว
ด้าน นายนิยม สองแก้ว อธิบดี กสร. กล่าวว่า สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอุดรธานี และศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 4 จะร่วมกันตรวจสอบหาสาเหตุ โดยเชิญนายจ้างและผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ ว่ามีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 และกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ.2564 หรือไม่ หากพบว่านายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทางด้าน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมจังหวัดอุดรธานี ตรวจสอบพบว่า นายเนตร เครือศรี ลูกจ้างผู้เสียชีวิต เป็นผู้ประกันตน ทายาทจะได้รับสิทธิประโยชน์กรณีเสียชีวิตเนื่องจากการทำงานเป็น ค่าทำศพจำนวน 50,000 บาท เงินทดแทนกรณีเสียชีวิต จำนวน 716,352 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพ จำนวนเงิน 22,542 บาท (ยังไม่รวมดอกผล) รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 788,894 บาท

