ซีเมนส์ โมบิลิตี้ ผนึก สอศ. ผลิตช่างเทคนิคคุณภาพรับขนส่งทางรางในไทย
วันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2566) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายโธมัสค์ มาซัวร์ ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร บริษัท ซีเมนส์ โมบิลิตี้ จำกัด ร่วมกับ ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคี ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) จัดทำโครงการการจัดการอาชีวศึกษาทวิภาคี ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปี พ.ศ.2566-2568 โดยนักศึกษาที่ถูกคัดเลือกเข้าโครงการจะมีโอกาสได้เรียนรู้กระบวนการ การซ่อมบำรุงในด้านเทคนิค รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ จากประเทศเยอรมนีเป็นเวลา 7 เดือน หมุนเวียนตามแผนกต่างๆ ในสถานที่ทำงานจริง จากหลายโครงการที่บริษัท ซีเมนส์ โมบิลิตี้ฯ ดูแลอยู่ เช่น รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที และ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ฯลฯ อีกทั้งตลอดระยะเวลาการเข้าร่วมโครงการ บริษัท ซีเมนส์ โมบิลิตี้ฯ มีสวัสดิการจัดให้กับนักศึกษาและมีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยส่วนบุคคลในการทำงาน รวมทั้งสนับสนุนทุนการศึกษาและให้โอกาสการทำงานหลังจบโครงการอีกด้วย

นายโธมัสค์ กล่าวว่า มากกว่า 28 ปี ที่บริษัท ซีเมนส์ โมบิลิตี้ จำกัด บริษัทนวัตกรรมและเทคโนโลยีคมนาคมขนส่งทางราง สัญชาติเยอรมันในประเทศไทย ได้ดูแลและจัดการโครงการระบบรถไฟต่างๆ ได้เชื่อมต่อคมนาคมในประเทศไทย เช่น รถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว รถไฟฟ้ามหานครสายสีน้ำเงิน และส่วนต่อขยาย บริษัท ซีเมนส์ โมบิลิตี้ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาและพัฒนาบุคคลากรที่มีคุณภาพ จึงร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึง สอศ.ตั้งแต่ปี 2556 จัดทำโครงการการจัดการอาชีวศึกษาทวิภาคี ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จนถึงปัจจุปัน เพื่อยกระดับและพัฒนาทักษะวิชาชีพของนักศึกษาอาชีวศึกษาในหลากหลายวิทยาลัย และสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อรองรับตำแหน่งงานในอนาคต
“ปีนี้ถือเป็นปีที่ 19 ของการจัดทำโครงการการศึกษาทวิภาคีในประเทศไทย และเป็นปีที่ 10 ของการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องระหว่าง สอศ. กับ บริษัท ซีเมนส์ โมบิลิตี้ฯ เอ็มโอยูฉบับนี้ เราได้ขยายโครงการให้ครอบคลุมวิทยาลัยเทคนิคทุกแห่งในประเทศไทย โดยเป้าหมายของเราทุ่มเทและขยายโอกาสให้กับนักศึกษามากขึ้น และสนับสนุนครอบครัวของนักศึกษาในส่วนของค่าใช้จ่ายในการการศึกษา เพราะเห็นความสำคัญของความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา ความเสมอภาคและความยุติธรรม และการอยู่รวมกันในสังคมเชื่อมั่นว่า โครงการนี้จะสร้างโอกาสที่ดีในการทำงานให้กับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงเป็นการสร้างกลุ่มแรงงานคนไทยที่มีทักษะชำนาญการ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของระบบคมนาคมขนส่งทางรางที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทยด้วย” นายโธมัสค์ กล่าว

