สุชาติ พบลูกจ้างสหภาพรถยนต์มิตซูบิชิฯ ยันมุ่งสร้างรากฐานความมั่นคงแรงงาน
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 42/2566 ของสหภาพแรงงานรถยนต์มิตซูบิชิ แห่งประเทศไทย โดยมี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายวัชรพงษ์ ศิริวัฒน์ ประธานสหภาพแรงงานมิตซูบิชิ แห่งประเทศไทย ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน จ.ชลบุรี และผู้เข้าร่วมประชุมร่วมต้อนรับ ที่โรบินสัน ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

นายสุชาติกล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งสหภาพแรงงานรถยนต์มิตซูบิชิฯ
ถือเป็นหนึ่งในกลไกที่จะร่วมขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญก้าวหน้า
“ขอบคุณในความร่วมมือด้วยดีเสมอมา ความปรองดองความสามัคคีจะสร้างความเข้มแข็งในการร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งความร่วมมืออันดีกับกระทรวงแรงงาน แม้ในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ทุกท่านคงทราบถึงความท้าทายที่ทั่วโลกต้องเผชิญร่วมกัน ตลอดระยะ 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีนโยบายและมาตรการช่วยเหลือพี่น้องแรงงาน และสถานประกอบการที่สำคัญๆ ตามห้วงสถานการณ์ที่เหมาะสมเพื่อรักษาระดับการจ้างงาน ซึ่งไอเอ็มเอฟ (IMF) คาดการณ์ปี 2566 จีดีพีไทยเป็นบวก อัตราการว่างงานต่ำที่สุดในโลก แม้เป็นช่วงพีคของโควิด-19 ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดประเทศและการลงทุนขนาดใหญ่ที่สร้างเสถียรภาพ จนทำให้มีอัตราว่างงานเพียงร้อยละ 1.5 และคาดว่าปีหน้าก็จะยังคงต่ำที่สุดของโลก” นายสุชาติกล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงมาตรการให้ความช่วยเหลือด้านโควิด-19 ของกระทรวงแรงงานภาพรวมว่า เช่น ตรวจโควิด-19 แบบประจำจุดและตรวจเชิงรุกในโรงงาน ผลการตรวจโควิด-19 จำนวน 526,657 คน ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แรงงานแล้ว 3,962,206 โดส โครงการแฟคทอรี่ แซนด์บ็อกซ์ มีแรงงานเข้าร่วม 407,770 คน ฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวน 112,746 โดส ลดเงินสมทบให้แก่ผู้ประกันตน เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 163,492 ล้านบาท มาตรา 33 และมาตรา 39 รวม 7 ครั้ง ผู้ประกันตน 13.36 ล้านคน นายจ้าง 502,693 ราย เป็นเงิน 160,250 ล้านบาท และมาตรา 40 รวม 2 ครั้ง ผู้ประกันตน 10.80 ล้านคน เป็นเงิน 3,242 ล้านบาท เยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 ในพื้นที่ 29 จังหวัด นายจ้าง จำนวน 192,951 ราย ผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 3.75 ล้านราย รวมเป็นเงิน 32,542.27 ล้านบาท

“นอกจากนี้ เยียวยาผู้ประกันตน มาตรา 39 จำนวน 1.37 ล้านราย มาตรา 40 จำนวน 7.21 ล้านราย รวมเป็นเงิน 71,214.63 ล้านบาท เยียวยาผู้ประกันตนในกิจการสถานบันเทิงฯ มาตรา 33 มาตรา 39 และ มาตรา 40 นายจ้าง 192,951 คน ผู้ประกันตน 12.48 ล้านราย รวมเป็นเงิน 104,495.50 ล้านบาท เยียวยาจากการปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ 81,136 คน เป็นเงิน 412.65 ล้านบาท ฉีดวัคซีนให้แก่คนงาน 606 แคมป์ ผู้ประกันตน 67,282 คน ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันให้พี่น้องแรงงานสามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างเหมาะสม โดยมีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตั้งแต่ 354-328 บาท ซึ่งได้ประกาศใช้แล้วเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565” นายสุชาติกล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยังกล่าวถึงภารกิจที่กระทรวงแรงงานกำลังเร่งดำเนินการ อาทิ เร่งผลักดันแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม 3 ขอ ขอเลือก ขอคืน ขอกู้ ผลักดันร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ พ.ศ. … รวมถึงจัดตั้งธนาคารเพื่อผู้ประกันตน เพื่อวางรากฐานความมั่นคงให้แก่ผู้ใช้แรงงานในอนาคตด้วย

