สธ.ยันเดินหน้าเต็มสูบ “ทำแท้งปลอดภัย” เผยมีหน่วยบริการแล้ว 50 แห่ง
วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2566) นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์ สูตินรีแพทย์ และโฆษกประจำตัวรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีการเรียกร้องให้มีการทำแท้งปลอดภัย โดยมีบางส่วนร้องเรียนว่าเข้าไม่ถึงบริการ ว่า ประเทศไทยขณะนี้มีการออกกฎหมายมารองรับแล้ว สำคัญที่สุด คือ หน่วยบริการ ประเทศไทยยังมีไม่ครบ 77 จังหวัด ขณะนี้พยายามสร้างเครือข่ายทั้งเชิงนโยบายและเชิงวิชาการ
“โดยเชิงนโยบายพยายามผลักดันให้มีหน่วยบริการ ซึ่งอาจจะไม่ได้หมายถึงที่นั่นทำได้เลย อาจจะเป็นที่ให้ข้อมูลคำแนะนำและทำการส่งต่อ ส่วนเชิงวิชาการมีการสอนแพทย์หรือผู้ให้บริการ ใช้ยาและเครื่องมือเป็น โดยมีเป้าหมายอยากให้ทุกจังหวัดมีหน่วยบริการ สำคัญที่สุด ต้องไปตรวจความพร้อมหน่วยบริการก่อน ทั้งคน สถานที่ และความเข้าใจ ซึ่งจะดูจาก งู หรือ Snake ที่เป็นสัญลักษณ์ด้านการแพทย์ โดย S Skill คือ ทักษะ N Network คือเครือข่ายให้บริการ A คือ Attitude ทัศนคติของผู้ให้บริการ K Knowledge ความรู้ และ E Empowerment คือให้กำลังใจผู้ให้บริการ” นพ.โอฬาริก กล่าว
นอกจากนี้ นพ.โอฬาริก กล่าวว่า การทำเทเลเมดิซีน ซึ่งทำกันอยู่แล้ว พยายามหาโซลูชั่นที่เหมาะสมและการเบิกจ่าย เพื่อให้บริการได้บวกกับความปลอดภัย เพราะบางทีให้บริการ แต่ไม่ได้คำนึงความปลอดภัยก็จะมีปัญหา โดยรูปแบบนั้นในเรื่องของการให้คำปรึกษาหากต้องการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย แต่กระบวนการคือจะต้องมีข้อมูลอะไรบ้างก่อนมาปรึกษา
“สมมติคุณหมอปลายทางเป็นคนทำอัลตร้าซาวด์ให้ รู้อายุครรภ์ชัดเจน ตั้งครรภ์ในโพรงมดลูก เด็กตัวไม่ใหญ่เกินไป แต่คุณหมอคนแรกไม่มียา หรือไม่ได้ให้การรักษา เราอาจจะใช้เทเลเมดิซีนมาคุยกับหมอที่มียาและทำการส่งยาให้ แต่สุดท้าย ตอนมาติดตามการรักษาคุณหมอคนแรกเป็นผู้ช่วยการติดตามการรักษา แท้งครบ ไม่มีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น หรือหากมีจะรักษาทีไหนอย่างไร ต้องทำให้ครบลูปเพื่อความปลอดภัย ทำให้ได้รับบริการเร็วขึ้น ลดการเข้าโรงพยาบาล และสะดวกต่อการเดินทาง หากต้องเดินทางไปจังหวัดอื่นที่มีหน่วยบริการรักษาน้อยครั้งลง” นพ.โอฬาริก กล่าวและว่า ปัจจุบันคาดว่า หน่วยบริการที่บริการเรื่องทำแท้งปลอดภัยมีประมาณ 50 แห่ง ส่วนแพทย์ที่อยู่ในเครือข่าย RSA ประมาณ 150 คน ส่วนข้อเสนอที่ให้เปิดรายชื่อคลินิกที่รับดำเนินการ หากเข้าเว็บไซต์ RSAthai จะเห็นทันที ทั้งสถานที่ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายเป็นประเด็นที่ สธ.พยายามผลักดัน หลายที่เป็นเอกชนมีค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ จะทำอย่างไรให้คนเข้าถึงง่ายขึ้น

