สธ.เผย 5 ปี ‘สกาย ด็อกเตอร์’ ช่วยผู้ป่วยวิกฤตในพื้นที่กันดาร 8 จว.ภาคเหนือ 204 ราย 

26.02.23 | 13:42 น.

สธ.เผย 5 ปี “สกาย ด็อกเตอร์” ช่วยผู้ป่วยวิกฤตในพื้นที่กันดาร 8 จว.ภาคเหนือ 204 ราย 

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2566) นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เขตสุขภาพที่ 1 เปิดเผยว่า สธ.ให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อมของหน่วยปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉินในการจัดการกับภาวะฉุกเฉินที่เกิดขึ้น ทั้งในยามปกติและเมื่อเกิดภัยพิบัติ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ทุรกันดาร เพื่อให้ผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินได้รับการรักษาพยาบาล และส่งต่อไปยังโรงพยาบาล (รพ.) ที่มีศักยภาพสูงกว่าได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ สามารถเข้าถึงการรักษาที่ได้มาตรฐานทันเวลา ป้องกันการเสียชีวิต หรือลดความรุนแรงของอาการเจ็บป่วยฉุกเฉิน

นพ.พูลลาภกล่าวว่า สำหรับเขตสุขภาพที่ 1 ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา และแม่ฮ่องสอน มีสภาพพื้นที่ทางภูมิศาสตร์เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน เส้นทางทางโค้งลาดชัน การส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินต้องใช้เวลานาน โดย จ.เชียงใหม่ มีการรับส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินทางอากาศจำนวนมากขึ้น ทั้งจากในพื้นที่และจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 ซึ่งได้ริเริ่มนำระบบการลำเลียงทางอากาศมาใช้ ตั้งแต่ปี 2553 ปัจจุบัน จ.เชียงใหม่ เป็นศูนย์อำนวยการปฏิบัติการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศในเขตสุขภาพที่ 1 ดำเนินงานโดยชุดปฏิบัติการบินจาก รพ.นครพิงค์ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ รพ.ศรีสังวาลย์ รพ.แม่สะเรียง หน่วยบินจากกองบินตำรวจ กองกำลังผาเมือง ฉก.สิงหนาท และภาคีเครือข่าย มีการจัดตั้งคณะกรรมการระดับนโยบาย แพทย์อำนวยการและคณะขับเคลื่อนในจังหวัด พร้อมประชุมขับเคลื่อนงานทุก 2 เดือน ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาและหาแนวทางแก้ไข พัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยจัดฝึกอบรมการลำเลียงผู้ป่วยทางเฮลิคอปเตอร์ขั้นพื้นฐาน (Basic Helicopter Emergency Medical Service Course: Basic HEMS) และซ้อมแผนลำเลียงผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินทางอากาศในพื้นที่ใหม่ทุกปี

Advertisement

“โดยข้อมูลการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ ในเขตสุขภาพที่ 1 ตั้งแต่ปี 2561-2565 มีทั้งสิ้น 204 ราย ระดับทุติยภูมิ (จากโรงพยาบาลต้นทางไปยังโรงพยาบาลปลายทาง) พบส่วนใหญ่ 3 อันดับโรค ได้แก่ โรคหัวใจขาดเลือด, การบาดเจ็บศีรษะอย่างรุนแรง, โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเกี่ยวกับทารก ส่วนระดับปฐมภูมิ (จากพื้นที่ต้นทางไปยังโรงพยาบาลปลายทาง) ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจ, อุบัติเหตุ และโรคระบบประสาทส่วนกลาง” นพ.พูลลาภกล่าว

ผู้ตรวจราชการ สธ. เขตสุขภาพที่ 1 กล่าวว่า สำหรับ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2564-2566 (ข้อมูล ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566) มีการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศทั้งสิ้น 66 ราย โดยในปี 2566 ลำเลียงจำนวน 32 ราย มีการลำเลียง ใน 8 อำเภอ มากที่สุดใน อ.อมก๋อย อ.ฝาง และ อ.เวียงแหง เป็นชุดปฏิบัติการจาก รพ.นครพิงค์ 10 ครั้ง รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ 16 ครั้ง รพ.ศรีสังวาลย์ จ.แม่ฮ่องสอน 5 ครั้ง และ รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จ.ตาก 1 ครั้ง ปัจจุบัน รพ.นครพิงค์ และ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ได้ผ่านการประเมินหน่วยปฏิบัติการแพทย์ระดับเฉพาะทาง (ปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินด้วยอากาศยาน)

เขตสุขภาพที่ 1 ยังคงมุ่งพัฒนาการลำเลียงผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินทางอากาศ ให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพ ได้มาตรฐานทุกด้าน เพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ให้เข้าถึงบริการสุขภาพที่ทันเวลา และเป็นการเตรียมความพร้อมหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนในเขตสุขภาพที่ 1 ต่อไป” นพ.พูลลาภกล่าว