หมอสูติฯ ชี้ “บุหรี่” ทำอสุจิ-ไข่เสื่อม! มีลูกยาก จ่อชงเป็นสิทธิรักษาฟรี

28.02.23 | 15:21 น.

หมอสูติฯ ชี้ “บุหรี่” ทำอสุจิ-ไข่เสื่อม! มีลูกยาก จ่อชงเป็นสิทธิรักษาฟรี

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2566) นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์ สูตินรีแพทย์โรงพยาบาล (รพ.) เจ้าพระยาอภัยภูเบศร และโฆษกรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงบุหรี่ไฟฟ้ากับผลกระทบต่อการเจริญพันธุ์หรือการมีบุตร ว่า ข้อมูลยังไม่ชัดเจน เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่งออกมาประมาณ 10 ปี แต่ถ้าเป็นบุหรี่มวนธรรมดา มีผลทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง เพราะทำให้หลอดเลือดแย่ลง ทำให้คุณภาพอสุจิในผู้ชายลดลง ทั้งปริมาณน้ำเชื้อ การเคลื่อนไหวของอสุจิวิ่งดีหรือไม่ ความสามารถในการเจาะไข่ลดลง

“ดังนั้น คนมีบุตรยาก เราจึงแนะนำให้เลิกบุหรี่ ส่วนผู้หญิง บุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก คุณภาพไข่แย่ลง คนที่อยากมีลูกก็ควรหยุดบุหรี่ไปเลย ตามสโลแกน อยากมีบุตรให้หยุดบุหรี่ทั้งผู้หญิงผู้ชาย เราต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ที่เราเคยเห็นในจอว่า สูบบุหรี่หลังมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องเท่” นพ.โอฬาริก กล่าว

นพ.โอฬาริก กล่าวว่า ส่วนปัญหาการมีบุตรยากพบว่ามีประมาณร้อยละ 10 ของคู่สมรส สาเหตุส่วนใหญ่เป็นสาเหตุกายภาพ โดยร้อยละ 50 มาจากผู้หญิง เช่น ช็อกโกแลตซีสต์ ไข่ไม่ตก ท่อนำไข่ไม่ดีจากการติดเชื้อมาก่อน อีกร้อยละ 50 มาจากผู้ชาย เช่น น้ำเชื้อไม่ดี เป็นต้น

“ทั้งนี้ กลุ่มอยากมีบุตร สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้สิทธิประโยชน์การรักษามีบุตรยาก ส่วนรักษาอะไรได้บ้าง ยังรอทางคณะกรรมการวิชาการ ของคณะกรรมการอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติจะให้อะไรบ้าง ถึงระดับไหน เช่น ฉีดเชื้อ เด็กหลอดแก้ว ผ่าตัดช็อกโกแลตซีสต์รักษามีบุตรยาก รวมถึงเราจะเสนอเป็นสิทธิในการประเมินว่า มีโรคที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากเหล่านี้ด้วยหรือไม่ และจะหารือกับประกันชีวิตว่าคิดเห็นเป็นอย่างไร เพราะในต่างประเทศ ประกันเอกชนก็เบิกเรื่องการมีบุตรยากได้ นอกจากนี้ เราต้องฟังภาคประชาชนด้วยว่าอยากได้สิทธิอะไรบ้าง อย่างการรักษามีบุตรยากถือเป็นวันลา โดยข้อเสนอต่างๆ จะเสนอภายในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนเข้ามา เพราะเป็นปัญหาระดับชาติ” นพ.โอฬาริก กล่าว

Advertisement

นพ.โอฬาริก กล่าวอีกว่า สำหรับข้อเสนอที่ภาครัฐควรสนับสนุนคนที่อยากมีบุตร เช่น กรณีขอให้หญิงโสดอยากมีลูกได้หรือไม่

“เราเคยไปดูงานที่เดนมาร์ก พบว่าสามารถเดินไปขออสุจิบริจาค อยากมีลูกฉีดได้เลย ไม่ผิดกฎหมาย เขามีธนาคารอสุจิ ไทยเราก็แพลนจะทำธนาคารอสุจิ ธนาคารไข่ ส่วนที่กังวลว่าจะมีการรับจ้างอุ้มบุญหรือไม่ หากทำระบบติดตามที่ดี ไม่น่ามีปัญหา เช่น บางรัฐในสหรัฐอเมริกาทำอุ้มบุญได้ ของไทยก็มีคนไปทำอุ้มบุญในต่างประเทศ แต่ในไทยต้องรอผ่าน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ถึงเข้าสู่การรักษาได้ เพราะใน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ พ.ศ.2558 หรือ พ.ร.บ.อุ้มบุญ ระบุว่าต้องเป็นสามีภรรยาถูกต้องตามกฎหมาย” นพ.โอฬาริก กล่าว

นอกจากยี้ นพ.โอฬาริก ยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ของธนาคารอสุจิธนาคารไข่ในประเทศไทย ว่า มี 2 ประเด็น คือ เทคโนโลยี ความเป็นไปได้ 100% เราทำได้ แพทย์ไทยเก่งเรื่องการทำให้มีบุตร และด้านกฎหมาย ก็มีความเป็นไปได้มาก ปัจจุบันเรามี พ.ร.บ.อุ้มบุญ ซึ่งจะมีการปรับปรุงกฎหมาย ก็มีการพูดเรื่องนี้ ดูแนวโน้มน่าจะเป็นในทางบวก โดยธนาคารอสุจิธนาคารไข่มีกลุ่มไหนบ้างที่อยากให้เข้าถึง คือ 1.กลุ่มที่เป็นโรค ผู้ชายที่ไม่มีอสุจิ หรือตอนเด็กเคยเป็นโรคคางทูม ติดเชื้อที่อัณฑะ ผู้หญิงอายุมากไข่ฝ่อหมดแล้ว 2.กลุ่มที่เคยรับการรักษาและทำให้เซลล์สืบพันธุ์เสียไป เช่น เคยรับยาเคมีบำบัดตอนเด็ก เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวก็ขอได้ 3.กลุ่มทรานส์เจนเดอร์ อาจเก็บอสุจิเก็บไข่ไว้ก่อน และ 4.กลุ่มที่ทำ Social Freezing คือแช่แข็งเก็บอสุจิเก็บไข่เอาไว้ เช่น ผู้หญิงอายุ 25 ปี คิดว่าจบปริญญาเอกอายุ 40 ปี ไข่คงฝ่อก็เลยฟรีซไข่ไว้ก่อนแล้วค่อยกลับมาใช้

“เคยไปดูธนาคารอสุจิที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป เขามีจุดให้เก็บอสุจิ 5 ที่ในโคเปนเฮเกน ปั่นจักรยานไปเก็บได้เลย ได้เงินด้วยประมาณ 1,500 บาท พอเก็บถ้าอสุจิผ่านเกณฑ์จะได้รับการซักประวัติ มีโรคติดเชื้อหรือไม่ สุขภาพแข็งแรงดีหรือไม่ คนหนึ่งบริจาคถ้าพร้อมทำได้แค่ 10 ครอบครัว ก็เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเลือดชิด ถ้าอยากได้ Exclusive ไม่ให้ครอบครัวอื่นก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ซึ่งแบบนี้มี 4 ที่ทั่วยุโรป คือ ลอนดอน ฮัมบูร์ก อัมสเตอร์ดัม และโคเปนเฮเกน ยุโรปค่อนข้างเปิดกว้าง” นพ.โอฬาริก กล่าว