สปสช.จัดหาวัคซีนเอชพีวีเพิ่ม 1.2 ล้านโดส เร่งฉีดโปลิโอเข็ม 2 หลังพบระบาดใกล้ไทย

2.03.23 | 12:43 น.

สปสช.จัดหาวัคซีนเอชพีวีเพิ่ม 1.2 ล้านโดส เร่งฉีดโปลิโอเข็ม 2 หลังพบระบาดใกล้ไทย

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ 3 เรื่อง คือ 1.ให้ความสำคัญรณรงค์เร่งรัดการฉีดวัคซีนพื้นฐาน เนื่องจากมีอัตราฉีดลดลงทุกพื้นที่ของประเทศในช่วงโควิด-19 วันนี้จึงมีนโยบายให้หน่วยงานต่างๆ ทั้ง สธ. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และหน่วยงานบริการนอก สธ. เช่น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยต่างๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ฯลฯ 2.เร่งรัดการฉีดวัคซีนเอชพีวีป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) เนื่องจากขาดคราวไปช่วง 2-3 ปีก่อน ทำให้มีเด็กประมาณ 1.2 ล้านคน ไม่ได้รับการฉีด คณะกรรมการฯ จึงเห็นควรให้ สปสช.ไปจัดหา 1.2 ล้านโดส เพิ่มไปในโควต้าของปี 2566 ซึ่งเดิมต้องฉีดตอนอยู่ ป.5 แต่เด็กกลุ่มดังกล่าวขณะนี้อยู่ ม.2 แล้วจึงต้องเร่งดำเนินการ ส่วนประสิทธิภาพของวัคซีนแม้จะฉีดช้าแต่ยังได้ผลดี อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพสูงสุดจะอยู่ในกลุ่มเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์

นพ.ธเรศ กล่าวว่า และ 3.วัคซีนไอพีวี หรือวัคซีนโปลิโอ (IPV) เข็มที่ 2 ซึ่งเดิมฉีด 1 เข็ม ขณะนี้ขอปรับให้เป็นการฉีด 2 เข็ม เพื่อควบคุมโรคให้ดียิ่งขึ้น และป้องกันการกลายพันธุ์ เนื่องจากขณะนี้มีการระบาดในบางประเทศใกล้ไทย โดยเห็นชอบให้กรมควบคุมโรค และ สปสช.ไปดำเนินการจัดหา

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีการรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ไฟเซอร์รุ่น 2 ชนิดสองสายพันธุ์ (Bivalent Vaccines) ว่า ขณะนี้วัคซีนโควิดรุ่น 2 ที่ไทยได้รับสนับสนุนจากประเทศเกาหลีใต้ 5 แสนโดส ได้กระจายไปยังพื้นที่แล้ว โดยวันที่ 13 มีนาคมนี้ จะได้รับการสนับสนุนจากฝรั่งเศสเพิ่มอีก 1 ล้านโดส ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดต่อขอรับวัคซีนทั้งชนิดเดิมและรุ่น 2 ได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน ผ่านการนัดหมายล่วงหน้า เพื่อให้เกิดความสะดวก

“อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่าวัคซีนรุ่น 2 สามารถใช้กระตุ้นได้กับผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ทุกชนิด ไม่จำเป็นต้องรับไฟเซอร์มาก่อน เราจึงอยากรณรงค์โดยเฉพาะเดือนเมษายน ที่มีเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนจะเดินทางเยอะ ก็ขอให้ผู้สูงอายุไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น ส่วนคนทั่วไปก็ยังมีความจำเป็นรับวัคซีนทุก 4 เดือน” นพ.ธเรศ กล่าว

Advertisement

ด้าน นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบระเบียบเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีกลไกการจัดหาวัคซีนในภาวะฉุกเฉิน จากการถอดบทเรียนการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เป็นที่มาว่า ควรมีระเบียบของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนและจัดหาวัคซีนโควิด-19 อย่างครบถ้วน ระเบียบนี้จะทำให้เกิดกระบวนการจัดหาวัคซีนครบถ้วน มีคณะอนุกรรมการที่จะดูแลด้านวิชาการ การต่อรองต่างๆ เมื่อมีระเบียบก็จะทำให้กลไกจัดหาวัคซีนชัดเจนขึ้น ซึ่งจะรองรับอนาคตหากมีการระบาดของโรคระบาดร้ายแรง เมื่อมีระเบียบก็จะช่วยให้การดำเนินการต่างๆ รวดเร็วขึ้น

“นอกจากนี้ มีการนำเสนอความก้าวหน้าวัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทย ทั้งองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้เริ่มทดสอบในคนระยะที่ 3 ส่วนคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มทดสอบวัคซีนที่ผลิตได้เองในประเทศไทย โดยอยู่ระยะที่ 1 ส่วนใบยาก็ระยะที่ 1 เช่นเดียวกัน ทั้งหมดเห็นศักยภาพวัคซีนของประเทศ ทั้งวัคซีนโควิด-19 และฐานต่อยอดในข้างหน้า ทั้งการจัดหาในภาวะเร่งด่วน การพึ่งพาตัวเองในศักยภาพที่เรามี จะทำให้เรามีความพร้อมมากขึ้น” นพ.นคร กล่าว