ประชาชนเชียร์ออก พรฎ.ดึง “งบส่งเสริมป้องกันโรค” สปสช. 5 พันล้าน ดูแลทุกกลุ่ม

2.03.23 | 14:45 น.

ประชาชนเชียร์ออก พรฎ.ดึง ‘งบส่งเสริมป้องกันโรค’ สปสช. 5 พันล้าน ดูแลทุกกลุ่ม

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม นายนิมิตร์ เทียนอุดม กรรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ในฐานะผู้แทนภาคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกับ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) และกรมบัญชีกลาง เตรียมออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถได้รับสิทธิประโยชน์สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในระบบของ สปสช. วงเงิน 5.1 พันล้านบาท ได้ โดยจะมีการยกร่างดังกล่าวเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) วันที่ 13 มีนาคมนี้ และเสนอไปที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 14 มีนาคมนี้ ว่า เริ่มต้นของเรื่องนี้ เกิดจากการตีความไม่ตรงกันของ “งบส่งเสริมป้องกันฯ” โดยที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มมีระบบหลักกันสุขภาพ มีการตีความว่า “เพื่อประชาชนทุกคน” เพราะข้าราชการและผู้ประกันตนไม่มีสิทธิดังกล่าวในระบบ จนมาถึงปี 2565 ทางที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ตีความเห็นต่างออกไป ทำให้งบส่งเสริมป้องกันฯ ถูกชะลอ ทำให้คนเสียสิทธิ

“ที่เห็นได้ชัด อย่างบุตรของข้าราชการที่เกิดมาต้องได้รับวัคซีนพื้นฐาน ที่เดิมเด็กทุกคนต้องได้ ไม่ต้องสนใจว่าพ่อแม่เป็นสิทธิอะไร แต่เมื่อมีการแยกว่า งบส่งเสริมป้องกันฯ จะได้เฉพาะสิทธิบัตรทอง 30 บาท (UC) ก็ทำให้ผู้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลให้เฉพาะกลุ่มบัตรทอง 30 บาท เพื่อให้จำนวนสอดคล้องกับการจัดซื้อจัดจ้างที่ลดลง เพราะไม่ได้ให้กับเด็กทุกคนเหมือนเดิม ทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือ การออกพระราชกฤษฎีกา โดยเดิม มาตรา 9 และ มาตรา 10 เป็นการรวมกองทุนทั้งระบบ แต่ว่ายังไม่ถึงขั้นที่ต้องรวมทั้ง 3 กองทุน ครั้งนี้จึงมีการแยกเฉพาะเรื่องงบส่งเสริมป้องกันฯ ที่ขาดอยู่ ให้เหมือนเดิมที่เคยได้ ฉะนั้น จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่ต้องรีบทำ” นายนิมิตร์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าหากร่างพระราชกฤษฎีกาไม่ทันการเข้า ครม. ในวันที่ 14 มีนาคมนี้ จะทำอย่างไร นายนิมิตร์กล่าวว่า ก่อนจะยกร่างพระราชกฤษฎีกาเข้าบอร์ด สปสช. วันที่ 13 มีนาคมนี้ ระหว่างนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ให้ครบทุกวงเล็บในทุกสิทธิ ทั้งประกันสังคม และสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ เพื่อให้ทุกคนได้รับสิทธิส่งเสริมป้องกันฯ ได้เหมือนเดิมโดยไม่ขาดตกในข้อใด คู่ขนานกับการเปิดรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายในทุกสิทธิ ทุกคนรู้เงื่อนเวลานี้ จากนั้น เมื่อเข้าบอร์ด สปสช. วันที่ 13 มีนาคมนี้ เสร็จ รัฐมนตรีว่าการ สธ. ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. ก็จะเป็นผู้นำเสนอเข้า ครม. ในวันที่ 14 มีนาคมนี้

“ทุกคนก็กลืนเลือดกันหมด เพราะเราก็อยากให้ทัน แต่ถ้าไม่ทันจริงๆ ก็ต้องกลับไปถาม สธ. เพราะช่วงที่มีปัญหาแรกๆ สธ.ขอให้ประกาศเฉพาะสิทธิบัตรทอง 30 บาท ไปก่อน ส่วนคนที่นอกเหนือบัตรทอง 30 บาท สธ.ก็ขอให้หน่วยบริการในสังกัดให้บริการประชาชนเหมือนเดิมโดยไม่คิดค่าบริการ และถ้าเป็นหน่วยบริการอื่นนอก สธ.ทาง สปสช.ก็ขอความร่วมมือให้บริการประชาชนตามเดิม แล้วทำเรื่องเบิกกับ สปสช.ในภายหลัง ซึ่งตรงนี้จะมีปัญหาว่า หน่วยบริการไม่มั่นใจว่าจะเบิกได้หรือไม่ บางส่วนก็เรียกเก็บเงินกับประชาชน ซึ่งก็จะเกิดปัญหาเรื่องการให้บริการไม่จบ” นายนิมิตร์กล่าว

Advertisement