‘ชัชชาติ’ ลั่น แค่จุดประเด็นไม่ต้องตื่นเต้น ‘ย้ายท่าเรือคลองเตย’ อยู่ในแผนวาระชาติแต่ไม่มีใครทำจริง แนะผู้สมัคร ส.ส.ชูเป็นนโยบาย จ่อเสนอแผนรับมือทะเลหนุนกับรัฐบาลใหม่
เมื่อเวลา 12.55 น. วันที่ 2 มีนาคม ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการเสนอย้ายท่าเรือกรุงเทพ หรือท่าเรือคลองเตย ไปยังท่าเรือแหลมฉบัง กับผู้สมัครของพรรคการเมืองต่างๆ ที่กำลังจะลงเลือกตั้งระดับประเทศ

นายชัชชาติกล่าวว่า ไม่ต้องตื่นเต้น เพราะการย้ายท่าเรือคลองเตย อยู่ในแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง เป็นไอเดียที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่มีใครเอามาทำจริงจัง ยอมรับว่าเกินภาระหน้าที่ของ กทม.แต่หากย้ายออกไปได้ก็จะส่งผลดี เช่น จำนวนเรือ และรถบรรทุกที่น้อยลง เพิ่มพื้นที่มูลค่าใจกลางเมือง
โดยการบริหารจัดการของท่าเรือแหลมฉบัง ที่ปรับเป็น Green Port เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีรถไฟเชื่อมมาที่สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง (ICD) ปัจจุบันมีตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าที่แหลมฉบังราว 10 ล้านตู้ อยู่ที่กรุงเทพฯ เพียง 1 ล้านตู้เท่านั้น ขณะเดียวกันถ้าฝ่ายรัฐบาลรับข้อเสนอนี้อาจจะต้องพิจารณาผลกระทบอื่นๆ เช่น การจ้างงาน ซึ่งต้องอย่างคิดให้รอบด้าน
“จริงๆ ไม่มีอะไร แค่เอาเรื่องที่อยู่ในแผนอยู่แล้ว มาทำให้เห็นชัดเจนมากขึ้น แต่ยังไม่มีคนดำเนินการอย่างแท้จริง เราเชื่อว่าจะช่วยเรื่องการจราจร จำนวนรถที่น้อยลง การบำรุงรักษาถนน พื้นที่สีเขียว มีพื้นที่ริมน้ำยาวหลายกิโลเมตร อาจะต่อเชื่อมไปที่สถานีแม่น้ำ ของการรถไฟแห่งประเทศไทยด้วย” นายชัชชาติกล่าว
“ที่เราเสนอเพราะว่าหลายคนกำลังเสนอนโยบายต่างๆ ถ้าจะรับไปเป็นนโยบายให้ประชาชนจะได้ถกเถียงชัดเจนขึ้น” นายชัชชาติกล่าว
เมื่อถามว่า ยังมีท่าเรือของเอกชนที่ จ.สมุทรปราการ อีกหนึ่งแห่งด้วย นายชัชชาติกล่าวว่า ต้องมีการคุยกัน แต่ปริมาณตู้ไม่น่าจะเยอะ คงต้องดูภาพรวมว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้ริมแม่น้ำเจ้าพระยามีอู่เรือเยอะเหมือนกัน
“การย้ายคงไม่ง่าย คงใช้ระยะเวลายาวเป็น 10 ปี แต่ถ้าไม่เริ่มนับหนึ่งวันนี้ มันก็คงยาก เราไม่ได้คิดเองเพราะอยู่ในวาระแห่งชาติ มีคนคิดมาแล้ว เราแค่เอาวาระแห่งชาติที่เราเห็นว่าช่วยกันทำ มาเป็นประเด็นให้เห็นชัดเจนขึ้น
ส่วนเรื่องการตั้งคณะกรรมการเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่ตอนนี้ได้ให้มีการวัดปริมาณฝุ่นแถวคลองเตยก่อน แต่อาจจะโชคดีเพราะว่าฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่บางกระเจ้า ซึ่งเป็นพื้นที่อากาศดี ซึ่งคงต้องดูข้อดีข้อเสียให้รอบด้าน เชื่อว่าอาจจะมีคนทำงานกลุ่มหนึ่งที่มีความผูกพัน และไม่อยากย้าย”
“ถ้าผู้สมัครคนไหนอยากจะเอานโยบายนี้ไปพิจารณา แล้วเสนอให้ประชาชนเลือกก็ดีเหมือนกัน ถ้ามีข้อเสนออะไรก็รีบเสนอมาตอนนี้ ถ้าผู้สมัครเขาชอบชูนโยบายตัวนี้ แต่ถ้าเราไปเสนอหลังจากเลือกตั้งแล้ว ประชาชนไม่มีโอกาสได้เลือกว่าชอบนโยบายไหน ก็เป็นวิธีหนึ่งตามระบอบประชาธิปไตย” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวว่า นอกจากนี้ จะมีการเสนอแผนการรับมือน้ำทะเลหนุนสูง กับรัฐบาลชุดใหม่ เพราะอนาคตระดับน้ำทะเลสูงขึ้น จากภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยดูแนวคิดทำแนวกันน้ำริมอ่าวไทย ซึ่งเป็นการยกระดับถนนของกรมทางหลวงชนบท กับถนนสุขุมวิทสายเก่า เชื่อมต่อกับเป็นแบริเออร์กันน้ำ
“กรุงเทพฯมีชายทะเลแค่ 4-5 กม. แต่การทำตรงนี้ต้องให้รัฐบาลเป็นคนทำ เป็นเรื่องที่ต้องคิดเป็นนโยบาย ซึ่งต่อเนื่องกับการย้ายท่าเรือ พอเรือใหญ่เข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยาน้อยลง การป้องกันน้ำทะเลหนุนก็จะสะดวกขึ้น แต่ถ้ายังมีเรือใหญ่เข้ามาจำนวนมาก จะทำให้แผนเปลี่ยนไป” นายชัชชาติกล่าว และว่า
ส่วนนโยบายอื่นที่จะเสนอเพิ่มเติมคือ การขอแก้ไขกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เนื่องจากมีการนำที่ดินว่างเปล่าไปทำเป็นที่ดินเกษตรกรรม โดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียภาษี เพื่อไม่ให้กฎหมายถูกใช้ผิดไปจากเจตนารมณ์ในการลดความเหลื่อมล้ำ
- อ่านข่าว : ชัชชาติ แจงปม ‘ย้ายท่าเรือคลองเตย’ ไม่ได้คิดเอง อยู่ในวาระชาติ แนะพรรคหยิบทำนโยบาย
- ‘ชัชชาติ’ ออกไอเดีย รบ.ใหม่ ‘ย้ายท่าเรือคลองเตย’ ลดฝุ่นพิษ-แออัด ได้ 2,000 ไร่ไปสร้างบ้านคนจน
- สุจิตต์ ต่อไอเดียชัชชาติ ชี้ คลองเตยสร้างทับเมืองพระประแดงเก่า แนะขุดค้นซากหากย้ายท่าเรือ


