ลูกจ้าง สธ. โวย ‘อนุทิน’ เพิ่มเงิน อสม.ติดจรวด แต่เมิน สลท.จ่อเคลื่อนไหวอีก

7.03.23 | 18:00 น.

ลูกจ้าง สธ. โวย “อนุทิน” เพิ่มเงิน อสม.ติดจรวด แต่เมิน สลท.จ่อเคลื่อนไหวอีก

วันนี้ (7 มีนาคม 2566) นายโอสถ สุวรรณ์เศวต ประธานสมาพันธ์สมาคมลูกจ้างของรัฐแห่งประเทศไทย (สสลท.) กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเพิ่มค่าป่วยการให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) คนละ 2,000 บาทต่อเดือน เริ่มในปีงบประมาณ 2567 ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ ว่า เรื่องนี้ชัดเจนว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ สธ. และผู้บริหาร สธ.ทุกคน ไม่ได้จริงใจ หรือเห็นใจลูกจ้างสายสนับสนุนเลย กลายเป็นว่าการเพิ่มค่าตอบแทนค่าป่วยการ อสม. มีความสำคัญกว่า เพราะทุกอย่างดูรวดเร็ว ปัจจุบัน อสม.มีมากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งแน่นอน อสม.ทุกคนมีความสำคัญ เพราะทำงานเช่นเดียวกัน

“แต่ในขณะที่พวกเราทำงานรับใช้กระทรวงสาธารณสุขมานาน ทำงานฟันฝ่าช่วงโควิด-19 มาตลอด ไม่ได้แตกต่างกัน พอจะได้รับเงินค่าเสี่ยงภัยจากการปฏิบัติงานโควิด-19 กลับต้องรอแล้วรออีก บอกว่าติดขั้นตอนต่างๆ แทนที่กระทรวงฯ จะช่วยกระทุ้ง ผู้บริหาร สธ.จะช่วยผลักดันมากกว่านี้ แต่เรื่องก็ยังล่าช้า หลายจังหวัดไม่ได้รับค่าเสี่ยงภัย หลายจังหวัดได้รับไม่ครบ ลูกจ้างสายสนับสนุนท้อแท้มาก ไม่คิดว่าผู้บริหารจะไม่ให้ความสำคัญกับเราขนาดนี้ ซึ่งเครือข่ายจะประชุมใหญ่เร็วๆ นี้ เพื่อกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหวอีกครั้ง” นายโอสถกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีผู้บริหาร สธ.ให้ข้อมูลถึงค่าเสี่ยงภัยโควิด-19 ว่า อยู่ระหว่างดำเนินการแล้ว หากจะเคลื่อนไหวเกรงว่าทุกอย่างก็ต้องอยู่ในกระบวนการดำเนินการอยู่ดีหรือไม่ นายโอสถกล่าวว่า อยู่ระหว่างดำเนินการมานานแล้ว ล่าสุดได้ประชุมร่วมกับ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน รองปลัด สธ.ซึ่งเป็นประธานการประชุมคณะทำงานพัฒนาและปรับปรุงสวัสดิการของลูกจ้างชั่วคราวและพนักงานกระทรวงสาธารณสุข (พกส.) ได้รับคำตอบว่า สธ.ส่งเรื่องไปยังสำนักงบประมาณแล้ว เพื่อเตรียมนำเข้าที่ประชุม ครม. แต่ตอนนี้ก็ยังนิ่งเงียบ ไม่รู้ว่าต้องรอถึงเมื่อไร ดังนั้น สหภาพลูกจ้างของรัฐแห่งประเทศไทย (สลท.) และสมาพันธ์สมาคมลูกจ้างฯ รวมทั้งเครือข่ายต่างๆ ได้ประชุมใหญ่อีกครั้ง เพื่อหาข้อสรุปก่อน

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง :

Advertisement

ยุติชุมนุมแล้ว! ม็อบลูกจ้างสธ. พอใจ หลังหารือร่วม โฆษก-รองปลัดฯ นาน 2 ชม. ได้คณะทำงานฯ ประชุมนัดแรก 2 มี.ค.