ปลัด สธ.แจงจ่ายเพิ่ม อสม.ไม่ใช่เครื่องมือการเมือง ยันมีแผนตั้งแต่กลางปี’65

ปลัด สธ.แจงจ่ายเพิ่ม อสม.ไม่ใช่เครื่องมือการเมือง ยันมีแผนตั้งแต่กลางปี’65

วันนี้ (8 มีนาคม 2566) ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการเพิ่มค่าป่วยการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จาก 1,000 เป็น 2,000 บาท ที่ออกมาช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ทำให้มีพรรคการเมืองออกมาเคลมผลงานถึง 3 พรรค และอสม.มองว่าตกเป็นเครื่องมือของการเมือง ว่า เรื่องค่าตอบแทน อสม. ปีงบประมาณ 2567 สธ.ตั้งล่วงหน้าไว้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 ก็ต้องเตรียมข้อมูลตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 เชื่อว่า ภาพรวมทุกคนเห็นความสำคัญทุ่มเทเสียสละของ อสม.ก็อยากจะมีส่วนสนับสนุน หน่วยงานที่ดูแล อสม.ก็จะเป็น สธ. แต่การผลักดันก็ต้องให้เครดิตคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงพนักงานลูกจ้างของ สธ. ออกมาตัดพ้อผู้บริหาร สธ. ที่อนุมัติค่าเสี่ยงภัยปฏิบัติงานโควิด-19 ล่าช้า รวมไปถึงการบรรจุข้าราชการโควิด-19 รอบ 2 และเรื่องสิทธิสวัสดิการอื่นๆ ซึ่งต่างจาก อสม. ที่ทำได้รวดเร็ว นพ.โอภาสกล่าวว่า เรื่องนี้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง สธ. โดย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน รองปลัดสธ. และตัวแทนภาคีลูกจ้าง ซึ่งเป็นการประชุมคณะทำงานพัฒนาและปรับปรุงสวัสดิการของลูกจ้างชั่วคราวและพนักงานกระทรวงสาธารณสุข (พกส.) ไปก่อนหน้านี้แล้ว โดย สธ. มีการเพิ่มค่าโอทีทุกสายงานที่เกี่ยวข้อง ก็มีการดำเนินการแล้ว ส่วนข้อเรียกร้องบางข้อเกินอำนาจ สธ. จึงมีมติในที่ประชุมว่าจะรวบรวมข้อมูลและเสนอให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป เช่น เงินเดือนลูกจ้างให้อยู่ในสำนักงบประมาณได้หรือไม่ ซึ่งตรงนี้เกินอำนาจต้องเสนอให้ส่วนเกี่ยวข้องพิจารณา

“ส่วนค่าเสี่ยงภัยโควิด-19 ได้ตั้งงบประมาณไว้ประมาณ 7,000 กว่าล้านบาท โดยเสนอสำนักงบประมาณแล้ว อยู่ระหว่างพิจารณา คาดว่าจะเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในเร็วๆ นี้ ประมาณ 1 หรือ 2 นัดจากนี้ ซึ่งของเดิมค่าเสี่ยงภัยโควิด-19 จบที่เดือนมิถุนายน แต่เราขยายถึงเดือนกันยายน และเกี่ยวข้องทั้ง สธ. และนอก สธ.ทั้งมหาวิทยาลัย และเอกชน” นพ.โอภาสกล่าว

Advertisement

เมื่อถามถึงกรณีปัญหาบุคลากรที่ถูกเรียกร้องบ่อยๆ จะมีแนวทางแก้ปัญหาระยะยาวอย่างไร นพ.โอภาสกล่าวว่า สธ.ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ทุกเดือน โดยประชุมไป 2 รอบแล้ว ซึ่งเห็นตรงกันว่า โดยกฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือน ฉบับปัจจุบัน มีรายละเอียดมาก และ สธ.มีสายงานมากกว่า 60 สายงาน หากใช้กฎกติกาแบบเดิมจะบริหารได้ยากมาก จึงหารือกับ ก.พ.ว่า เราจะพยายามทำเป็น คณะทำงานที่เรียกว่า HR Sandbox Human Resources คล้ายๆ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

“โดยจัดพื้นที่สักแห่ง และปรับกฎหมายให้ดำเนินการได้แบบแซนด์บ็อกซ์ เพื่อให้เป็นโมเดลในการดำเนินการขั้นต่อไป เพราะระเบียบปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขแก้ปัญหาเรื่องบุคลากรไม่ได้ เพราะ ก.พ. เป็นกฎรวมของประเทศ การจะไปแก้อะไรจะกระทบหน่วยงานอื่นได้ จึงจะทำโมเดลนี้และเชิญทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องมาหารือร่วมกัน” นพ.โอภาสกล่าว

ต่อข้อถามว่า กรณีการบรรจุข้าราชการโควิด-19 รอบ 2 ทาง สธ. มีการติดตามเรื่องนี้อย่างไร ปลัด สธ.กล่าวว่า อยู่ที่ ก.พ.ซึ่งที่ขอมานั้น  สธ.เห็นด้วย แต่หลายเรื่องเกินอำนาจ สธ. ดังนั้น จึงหารือกันหลายทาง และสุดท้ายสรุปว่า หากยึดกฎหมายเดิมคงทำอะไรไม่ได้ จะไปแก้กฎหมายหรือทำอะไรก็จะลำบาก ไปกระทบหน่วยงานอื่นๆได้ จึงคิดว่าควรทำเป็นแซนด์บ็อกซ์ หากได้ผลดีก็จะสามารถขยายหาทางออกได้

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image