ปลัด สธ.แจงจ่ายเพิ่ม อสม.ไม่ใช่เครื่องมือการเมือง ยันมีแผนตั้งแต่กลางปี’65

8.03.23 | 15:18 น.

ปลัด สธ.แจงจ่ายเพิ่ม อสม.ไม่ใช่เครื่องมือการเมือง ยันมีแผนตั้งแต่กลางปี’65

วันนี้ (8 มีนาคม 2566) ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการเพิ่มค่าป่วยการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จาก 1,000 เป็น 2,000 บาท ที่ออกมาช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ทำให้มีพรรคการเมืองออกมาเคลมผลงานถึง 3 พรรค และอสม.มองว่าตกเป็นเครื่องมือของการเมือง ว่า เรื่องค่าตอบแทน อสม. ปีงบประมาณ 2567 สธ.ตั้งล่วงหน้าไว้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 ก็ต้องเตรียมข้อมูลตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 เชื่อว่า ภาพรวมทุกคนเห็นความสำคัญทุ่มเทเสียสละของ อสม.ก็อยากจะมีส่วนสนับสนุน หน่วยงานที่ดูแล อสม.ก็จะเป็น สธ. แต่การผลักดันก็ต้องให้เครดิตคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงพนักงานลูกจ้างของ สธ. ออกมาตัดพ้อผู้บริหาร สธ. ที่อนุมัติค่าเสี่ยงภัยปฏิบัติงานโควิด-19 ล่าช้า รวมไปถึงการบรรจุข้าราชการโควิด-19 รอบ 2 และเรื่องสิทธิสวัสดิการอื่นๆ ซึ่งต่างจาก อสม. ที่ทำได้รวดเร็ว นพ.โอภาสกล่าวว่า เรื่องนี้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง สธ. โดย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน รองปลัดสธ. และตัวแทนภาคีลูกจ้าง ซึ่งเป็นการประชุมคณะทำงานพัฒนาและปรับปรุงสวัสดิการของลูกจ้างชั่วคราวและพนักงานกระทรวงสาธารณสุข (พกส.) ไปก่อนหน้านี้แล้ว โดย สธ. มีการเพิ่มค่าโอทีทุกสายงานที่เกี่ยวข้อง ก็มีการดำเนินการแล้ว ส่วนข้อเรียกร้องบางข้อเกินอำนาจ สธ. จึงมีมติในที่ประชุมว่าจะรวบรวมข้อมูลและเสนอให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป เช่น เงินเดือนลูกจ้างให้อยู่ในสำนักงบประมาณได้หรือไม่ ซึ่งตรงนี้เกินอำนาจต้องเสนอให้ส่วนเกี่ยวข้องพิจารณา

“ส่วนค่าเสี่ยงภัยโควิด-19 ได้ตั้งงบประมาณไว้ประมาณ 7,000 กว่าล้านบาท โดยเสนอสำนักงบประมาณแล้ว อยู่ระหว่างพิจารณา คาดว่าจะเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในเร็วๆ นี้ ประมาณ 1 หรือ 2 นัดจากนี้ ซึ่งของเดิมค่าเสี่ยงภัยโควิด-19 จบที่เดือนมิถุนายน แต่เราขยายถึงเดือนกันยายน และเกี่ยวข้องทั้ง สธ. และนอก สธ.ทั้งมหาวิทยาลัย และเอกชน” นพ.โอภาสกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีปัญหาบุคลากรที่ถูกเรียกร้องบ่อยๆ จะมีแนวทางแก้ปัญหาระยะยาวอย่างไร นพ.โอภาสกล่าวว่า สธ.ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ทุกเดือน โดยประชุมไป 2 รอบแล้ว ซึ่งเห็นตรงกันว่า โดยกฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือน ฉบับปัจจุบัน มีรายละเอียดมาก และ สธ.มีสายงานมากกว่า 60 สายงาน หากใช้กฎกติกาแบบเดิมจะบริหารได้ยากมาก จึงหารือกับ ก.พ.ว่า เราจะพยายามทำเป็น คณะทำงานที่เรียกว่า HR Sandbox Human Resources คล้ายๆ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

Advertisement

“โดยจัดพื้นที่สักแห่ง และปรับกฎหมายให้ดำเนินการได้แบบแซนด์บ็อกซ์ เพื่อให้เป็นโมเดลในการดำเนินการขั้นต่อไป เพราะระเบียบปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขแก้ปัญหาเรื่องบุคลากรไม่ได้ เพราะ ก.พ. เป็นกฎรวมของประเทศ การจะไปแก้อะไรจะกระทบหน่วยงานอื่นได้ จึงจะทำโมเดลนี้และเชิญทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องมาหารือร่วมกัน” นพ.โอภาสกล่าว

ต่อข้อถามว่า กรณีการบรรจุข้าราชการโควิด-19 รอบ 2 ทาง สธ. มีการติดตามเรื่องนี้อย่างไร ปลัด สธ.กล่าวว่า อยู่ที่ ก.พ.ซึ่งที่ขอมานั้น  สธ.เห็นด้วย แต่หลายเรื่องเกินอำนาจ สธ. ดังนั้น จึงหารือกันหลายทาง และสุดท้ายสรุปว่า หากยึดกฎหมายเดิมคงทำอะไรไม่ได้ จะไปแก้กฎหมายหรือทำอะไรก็จะลำบาก ไปกระทบหน่วยงานอื่นๆได้ จึงคิดว่าควรทำเป็นแซนด์บ็อกซ์ หากได้ผลดีก็จะสามารถขยายหาทางออกได้