สธ.จับมือเครือข่ายพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข ดูแลกายใจเด็กเยาวชนในสถานพินิจฯ ทั่วปท.

วันนี้ (17 มีนาคม 2566) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองปลัด สธ. พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และ นพ.จักรกริช โง้วศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) เรื่อง การพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน ระหว่าง สธ. กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และ สปสช.

นพ.ณรงค์ กล่าวว่า ตามเอ็มโอยู ทั้ง 3 หน่วยงานจะร่วมกันสนับสนุนและส่งเสริมการปฏิบัติงานตามพันธกิจของแต่ละหน่วยงานในการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน ให้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เด็กและเยาวชนได้รับการดูแลสุขภาพและเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเสมอภาค ตามหลักสิทธิมนุษยชน ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันควบคุมโรค การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพ ตลอดจนปัญหาสุขภาพจิต ปัญหายาเสพติดและโรคทางจิตเวช

พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า การลงนามเอ็มโอยูครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน รวม 98 แห่ง ทั่วประเทศ มีเด็กและเยาวชนในการดูแลจำนวน 12,192 คน โดยมีกรอบความร่วมมือ ได้แก่ (1) สนับสนุนและพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกฯ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนบันทึกข้อตกลง และมีหน่วยงานอื่นเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตามความเหมาะสม (2) สนับสนุนการดำเนินการตามพันธกิจของแต่ละฝ่าย เช่น การสนับสนุนทางวิชาการ องค์ความรู้ และบุคลากร และ (3) ร่วมกันกำหนดแนวทาง รายละเอียดการดำเนินงาน รวมถึงการกำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงาน

ด้าน นพ.จักรกริช กล่าวว่า สปสช.จะจัดให้มีระบบการลงทะเบียนเพื่อเลือกหน่วยบริการประจำให้เด็กและเยาวชนในสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกฯ เพื่อให้เข้าถึงบริการในระบบหลักประกันสุขภาพ รวมทั้งบริหารการจัดสรรและจ่ายชดเชยค่าบริการในกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้แก่หน่วยบริการ หรือหน่วยงาน หรือองค์กรที่มีสิทธิรับค่าใช้จ่ายกองทุนฯ ตลอดจนร่วมกับ สธ. และกรมพินิจฯ ในการจัดทำข้อมูลสิทธิการเข้าถึงบริการสาธารณสุขและค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขของเด็กและเยาวชน ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและร่วมกันพัฒนาระบบประกันสุขภาพของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกฯ ให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มที่ไร้สิทธิหรือไม่สามารถตรวจสอบสิทธิหลักประกันสุขภาพได้ เพื่อให้ได้รับบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน

