“บัตรทอง” สายด่วน 1323 เปิดช่อง “ลดเครียด-ฆ่าตัวตาย” ดูแลสุขภาพจิตคนไทย

17.03.23 | 15:10 น.

“จิตเวช” เป็นโรคที่สร้างความทุกข์ให้กับผู้ป่วยอย่างมาก แม้ว่าไม่ได้เป็นการเจ็บป่วยทางกาย ทั้งเป็นภาวะที่ยากต่อคนทั่วไปจะเข้าใจ และผู้ป่วยเองก็ไม่สามารถอธิบายได้ จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือและบำบัดโดยทางการแพทย์

จากผลการสำรวจสุขภาพจิตด้วยตัวเอง ผ่านเว็บไซต์ www.วัดใจ.com ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พบว่า “วัยรุ่น” เป็นกลุ่มที่มีความเครียดมากที่สุด ขณะที่ “โรคซึมเศร้า” เป็นต้นเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยฆ่าตัวตายถึงร้อยละ 4.55 โดยเป็นตัวเลขที่ขยับขึ้นจากช่วงก่อนที่โควิด-19 จะระบาด

พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ เปิดเผยว่า ย้อนกลับไปช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 สถิติการฆ่าตัวตายของประเทศไทยอยู่ที่ 6.4 คนต่อแสนประชากร แต่จากสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดจนถึงปัจจุบัน การฆ่าตัวตายได้สูงขึ้นมาอยู่ที่ 7.3 คน ต่อแสนประชากร กลุ่มที่ฆ่าตัวตายสำเร็จสูง คือ “กลุ่มผู้สูงอายุ” หรืออายุ 60 ปีขึ้นไป หากเทียบกับประชากร 1 แสนคน ผู้สูงอายุจะฆ่าตัวตายสำเร็จถึง 9.6 คน โดยมีกลุ่มที่ต้องจับตาควบคู่ คือ “กลุ่มวัยทำงาน” อายุตั้งแต่ 20-59 ปี ที่มีสถิติการฆ่าตัวตายสำเร็จอยู่ที่ 8.7 คนต่อแสนประชากร ส่วน “กลุ่มวัยรุ่น” อยู่ที่ 2.6 คนต่อแสนประชากร

ขณะที่ความพยายามฆ่าตัวตาย รวมถึงการทำร้ายตัวเองด้วยวิธีต่างๆ พบความความชุกใน “กลุ่มวัยรุ่น” (15-19 ปี) มากที่สุด จำนวน 225 คนต่อแสนประชากร รองลงมาคือ “วัยทำงาน” จำนวน 45 คนต่อแสนประชากร แต่ที่น่าตกใจคือ มี “กลุ่มวัยเรียน” (5-15 ปี) มีจำนวนถึง 41 คนต่อแสนประชากร ที่มีความพยายามจะจบชีวิตตัวเอง

Advertisement

“กลุ่มคนสูงอายุจะมีสถิติพยายามฆ่าตัวตายน้อย เพราะถ้ากลุ่มนี้ลงมือ คือทำให้สำเร็จเลย” พญ.วิมลรัตน์กล่าว

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กฯ กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้คนไทยเกิดภาวะป่วยทางจิตใจมากขึ้น มีสาเหตุจาก 3 ปัจจัย ประกอบด้วย

1.ปัจจัยจากตัวเอง คือ เป็นคนคิดมากหรือคิดน้อย โดยพบเจอได้กับทุกคน เช่น เด็กหรือวัยรุ่น จะคิดมากและคิดในแง่ลบไปกับเรื่องอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เช่น เรียนอยู่ชั้น ม.4 แต่พะวงถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัย จะสอบได้หรือไม่ จะมีผลต่อชีวิตในอนาคต ทั้งที่ความจริงแล้วควรโฟกัสกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นก่อน เช่น การสอบปลายภาคก่อน

2.ปัจจัยสภาพแวดล้อม อยู่ในสังคมที่ดีหรือไม่ดี เช่น อยู่ในกลุ่มเพื่อนเกเร หรือเพื่อนพากันเรียนหนังสือ การกลั่นแกล้งบูลลี่กันในหมู่เพื่อน หรืออยู่ในครอบครัวที่แตกแยก รุนแรง ซึ่งปัจจัยสำคัญในการกำหนดสุขภาพจิตของแต่ละคนได้เช่นกัน

3.ปัจจัยจากสังคม เช่น เศรษฐกิจไม่ดี มีโรคระบาดเกิดขึ้น ข่าวความรุนแรงต่างๆ ในสังคม ที่อาจทำให้เกิดความเครียด และนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตได้เช่นกัน

“จะเห็นได้ว่า ทั้งหมดคือสาเหตุที่ไม่อาจควบคุมได้ นำไปสู่ความเครียดสะสมได้ แม้ว่าอาจจะขึ้นอยู่กับโชคชะตา แต้มบุญของแต่ละคนว่าจะเจอสิ่งที่ดีหรือไม่ดี ซึ่งมีหลายคนอาจจะโชคดีหรือไม่ดี แต่พวกเขาก็ไม่ได้ป่วยอะไรกับปัญหาประสบ เพียงแต่อาจต้องได้รับคำปรึกษา เพื่อให้ความเครียดในช่วงนั้นผ่านพ้นไปได้ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 จึงเป็นทางออก โดยเราที่มีนักจิตวิทยาให้คำปรึกษา มีกระบวนการพูดคุยจากปัญหาที่ได้รับฟัง บ้างก็เรียกสติให้บ้างก็ทำให้ความเครียดจางลง หรือบ้างก็ให้คำปรึกษาเฉพาะทางที่ต้องพบจิตแพทย์ด้วย” พญ.วิมลรัตน์ กล่าวและว่า สายด่วนสุขภาพจิต 1323 เป็นช่องทางให้การให้คำปรึกษาที่ช่วยคนไทยได้และน่าจะคุ้นกันดี โดยมีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน รวม 15 คู่สาย

อย่างไรก็ตาม พญ.วิมลรัตน์ บอกว่า ทั้งหมดนี้ รองรับได้เพียงร้อยละ 20 ของผู้ที่โทรศัพท์ไปขอรับคำปรึกษาทั้งหมด เพราะด้วยกระบวนการให้คำปรึกษา นักจิตวิทยาต้องใช้เวลาพูดคุยอย่างน้อย 30 นาที ยิ่งหากเป็นเคสที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ก็ต้องประสานไปยังตำรวจ กู้ภัย ช่วยคุยช่วยพูดให้คำปรึกษาเพื่อยื้อเวลาให้ตำรวจได้เข้าไปช่วยไว้ก่อนจะเกิดเหตุขึ้น ทำให้เกิดการอคอยบริการ จนกระทั่งมีจำนวนหนึ่งของผู้ที่ต้องการคำปรึกษาที่รอสายต้องวางสายไป

“ในจำนวนนี้ อาจมีสายที่กำลังรอคำปรึกษา แต่เข้าไม่ถึงสุดท้ายเขารอไม่ได้และตัดสินใจฆ่าตัวตาย ตรงนี้คือข้อจำกัด เราไม่มีงบประมาณพอจะหานักจิตวิทยามาเพิ่มเติมได้” พญ.วิมลรัตน์ กล่าวพร้อมย้ำว่า ปัญหาดังกล่าวกำลังได้รับความร่วมมือแก้ปัญหา เพราะล่าสุด สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้เข้ามาเป็นอีกหนึ่งหน่วยร่วมบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) แล้ว การเข้ามาเป็นหน่วยร่วมบริการกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะทำให้สามารถเบิกค่าบริการได้หลังจากที่สายด่วน 1323 ได้ให้บริการประชาชนสิทธิบัตรทอง (จะต้องมีการขอลงทะเบียนผ่านเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ซึ่งเหมือนกับการลงทะเบียนในหน่วยบริการ) เงินค่าบริการที่เบิกจ่ายนี้ จะสนับสนุนในการจัดหานักจิตวิทยาเพื่อให้บริการประชาชน ผ่านสายด่วนสุขภาพจิต 1323 เพิ่มมากขึ้นได้ อีกทั้งเมื่อโรงพยาบาลที่ทำการตรวจรักษาผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง และพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ ก็จะส่งต่อเคสไปยังสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือที่สถาบันสถาบันสุขภาพจิตเด็กฯ ที่จะทำการนัดหมาย และโทรไปให้คำปรึกษาตามเวลา

พญ.วิมลรัตน์ กล่าวว่า สปสช.กับกรมสุขภาพจิตให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความเครียดของคนไทย เพราะเมื่อคนเราเครียดมากๆ ไม่ได้รับการดูแล หรือเข้าไม่ถึงบริการ ความเครียดก็สะสมเพิ่มมากขึ้น และนำไปสู่การทำร้ายตัวเอง และฆ่าตัวตายในที่สุดได้

“หากโรงพยาบาลให้คำปรึกษาสุขภาพจิตได้ ก็ไม่ต้องส่งเคสมา เหมือนกับว่าเราทำงานคู่กันไปเพื่อช่วยจิตใจคนไทยให้แข็งแรงมากขึ้น และที่สำคัญคือ ทำให้การบริการสุขภาพจิตไปถึงคนไทยมากขึ้นด้วย เพราะปัญหาสุขภาพจิตในปัจจุบันรุนแรงจริงๆ แม้เราจะมีนักจิตวิทยาที่เก่ง พร้อมช่วยเหลือ แต่การเข้าถึงบริการก็ต้องมีช่องทางมากขึ้นด้วย” พญ.วิมลรัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กฯยังให้คำแนะนำผู้ที่ต้องการรับบริการสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ด้วยว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ รอนานแค่ไหน ก็อย่าเพิ่งวางสาย เพราะสายด่วนสุขภาพจิต 1323 การันตีว่าจะรับสายแน่นอน เพียงแต่นักจิตวิทยากำลังให้บริการคนอื่นอยู่

“กรณีหากวางสายไปแล้วโทรมาใหม่ ก็จะต้องต่อคิวเพื่อรับบริการใหม่ ทำให้เสียเวลาไปอีก และการโทรเข้ามาก็ไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงเปิดสปีกเกอร์รอไว้ก็ได้ แต่ขอให้รอสายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ช่วงพีคที่สุดของการบริการ จะเป็นในช่วงเวลา 17.00-21.00 น. หากเป็นไปได้ ขอให้เลี่ยงการโทรช่วงนี้ แต่หากจำเป็นก็โทรเข้ามาได้เลย แต่รอสายไว้ไม่เกิน 30 นาที จะมีเจ้าหน้าที่รับแน่นอน วันนี้ผู้มีสิทธิบัตรทอง รวมถึงทุกสิทธิรักษา หากต้องการปรึกษาสุขภาพจิต โทรไปยังสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอดเวลา โดยให้ลงทะเบียนเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ผ่านเว็บไซต์ https://1323alltime.camri.go.th/ ที่เป็นระบบนัดออนไลน์ สายด่วนสุขภาพจิต (All time for all Thai) เพื่อนัดหมายรับบริการ และจะมีนักจิตวิทยาติดต่อกลับไปตามนัดหมาย ไม่มีการเรียกเก็บบริการแต่อย่างใด เพียงขอให้ยืนยันรับคำปรึกษาตามวันและเวลาที่เลือกไว้ เพราะที่ผ่านมา มีถึงร้อยละ 30 ที่ยกเลิกนัดหมายเมื่อถึงเวลา ซึ่งทำให้ประชาชนที่รอคิวเสียสิทธิบริการ” พญ.วิมลรัตน์ กล่าว

นอกจากนี้ พญ.วิมลรัตน์ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า กรณีผู้ที่โทรหลังเวลา 23.00 น. สายด่วนสุขภาพจิต 1323 จะเป็นระบบสายอัตโนมัติ ขอให้ฝากข้อความติดต่อกลับโดยเฉพาะเบอร์โทรศัพท์และนัดหมายเวลาได้เลย ซึ่งในเช้าวันต่อมาจะมีนักจิตวิทยาโทรกลับไปเช่นกัน หรืออีกช่องทางหนึ่ง ให้โทรไปยังสถาบันสุขภาพจิตเด็กฯ 0-2248-8999 เพื่อนัดหมายขอคำปรึกษาผ่านทางโทรศัพท์ได้เช่นกัน