สปสช.จับมือเอกชน เปิดตัว “เอไอวัดสัญญาณชีพ” บนแอพพ์ บริการรักษาทางไกล 42 โรค
วันนี้ (20 มีนาคม 2566) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และ บริษัท คลิกนิก เฮลท์ จำกัด ผู้ให้บริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ผ่านแอพพลิเคชัน คลิกนิก (Clicknic) พร้อมด้วย บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด (ปณด.) แถลงความร่วมมือ “ใช้นวัตกรรม เอไอ วัดสัญญาณชีพ ในระบบการแพทย์ทางไกล 42 โรค” เพื่อดูแลประชาชนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า เทคโนโลยีด้านสุขภาพถูกพัฒนาก้าวหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง การดูแลคนไทยผู้มีสิทธิบัตรทอง สปสช.ได้นำเทคโนโลยีใหม่ที่มีคุณภาพและมาตรฐานเหล่านี้ มาเพิ่มเติมเป็นสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่องเช่นกัน อาทิ บริการการแพทย์ทางไกล ที่ได้นำมาเป็นสิทธิประโยชน์บริการทางเลือก ในการดูแลกลุ่มผู้ป่วยนอกที่เจ็บป่วยด้วยโรคทั่วไป 42 กลุ่มโรค/อาการ ผ่านแอพพ์สุขภาพที่ร่วมให้บริการกับ สปสช. พร้อมบริการจัดส่งยาถึงบ้าน ที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงและเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนผู้มีสิทธิ สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ในปัจจุบัน ขณะนี้เริ่มนำร่องเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
“จากความรุดหน้าของการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม เอไอ วัดสัญญาณชีพ ในการตรวจวัดสุขภาพผ่านระบบออนไลน์ เพื่อสนับสนุนบริการการแพทย์ทางไกล ทางบริษัท คลิกนิก เฮลท์ จำกัด ผู้ให้บริการการแพทย์ทางไกล ผ่านแอพพ์ คลิกนิก และได้ร่วมให้บริการในระบบ สปสช. นำนวัตกรรม เอไอ วัดสัญญาณชีพนี้ มาเพิ่มศักยภาพการบริการให้กับผู้ป่วนสิทธิบัตรทองด้วย นอกจากการดูแลด้วยซักถามอาการและมองเห็นผู้ป่วยผ่านระบบวิดีโอ คอล (VDD Call) ซึ่งจะทำให้การตรวจสุขภาพและวิเคราะห์อาการผ่านบริการการแพทย์ทางไกลมีความแม่นยำมากขึ้น เพิ่มมั่นใจให้กับผู้ป่วย ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของการยกระดับบัตรทอง” ทพ.อรรถพร กล่าว

ด้าน นายนีล นิลวิเชียร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คลิกนิกเฮลท์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ เตรียมอัพเดทแอพพ์ คลิกนิก เวอร์ชั่นล่าสุด ในเดือนเมษายนนี้ โดยเพิ่มเติมความสามารถของ AI ในการตรวจจับค่าความดันโลหิตผ่านกล้องของโทรศัพท์มือถือ เป็นการต่อยอดบริการด้วยการนำเทคโนโลยี rPPG ตรวจค่าสัญญาณชีพมาใช้ รูปแบบของการทำงานจะคล้ายกับเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว แต่ใช้กล้องในมือถือมาเป็นตัวตรวจวัดแทน ด้วยการจับความเปลี่ยนแปลงสีผิวบนใบหน้าระดับที่สายตามนุษย์มองไม่เห็น ซึ่งเทคโนโลยี rPPG นี้ ที่ผ่านมา ได้ถูกพัฒนาต่อยอด จนกระทั่งจับค่าสัญญาณชีพต่างๆ ได้มากขึ้น ทั้งค่าความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และอัตราการหายใจ เป็นต้น
“ผู้ป่วยที่รับบริการผ่านแอพพ์ คลิกนิก กรณีที่แพทย์วินิจฉัยว่าต้องได้รับการวัดค่าสัญญาณชีพ ก็จะได้รับการดูแลด้วยเทคโนโลยี rPPG นี้ ซึ่งในด้านความแม่นยำและความคลาดเคลื่อนการรายงานผลของ rPPG จะมีค่าเทียบเท่าอุปกรณ์วัดค่าอื่นๆ ในท้องตลาด จึงเป็นระบบวัดค่าที่มั่นใจได้ ด้วยเหตุนี้ทางบริษัท คลิกนิกฯ จึงนำมาสนับสนุนการตรวจรักษาในระบบการแพทย์ทางไกลบนแอพพ์ คลิกนิก นี้ ทั้งนี้ประชาชนสามารถอัพเดทแอพพ์ คลิกนิก เวอร์ชั่นใหม่ได้เลยในเดือนเมษายนี้” นายนีล กล่าวและว่า ภายใต้บริการนี้ แอพพ์ คลิกนิก ยังมีการจัดส่งยาถึงบ้านให้กับผู้ป่วย ในกรณีที่แพทย์วินิจฉัยว่าผู้ต้องต้องได้รับยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ซึ่งนอกจากการส่งยาผ่านไรด์เดอร์แล้ว วันนี้บริษัท คลิกนิกฯ ยังได้ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทยฯ ซึ่งเป็นผู้จัดส่งน้ำยาล้างไตให้กับผู้ป่วยล้างไตผ่านช่องท้องในระบบ สปสช. มาร่วมจัดส่งยาให้กับผู้ป่วยบัตรทองที่รับบริการผ่านแอพพ์ คลินิก ช่วยเพิ่มความมั่นใจการรับยาให้กับผู้ป่วย
นายพีระ อุดมกิจสกุล กรรมการผู้จัดการ ปณด. กล่าวว่า การเติมเต็มบริการระบบการแพทย์ทางไกลให้มีความสมบูรณ์ เพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนอย่างครบวงจร ปณด. ได้รับการประสานและได้รับมอบความไว้วางใจจาก สปสช. และบริษัท คลิกนิก ในการผสานกำลังร่วมกันจัดส่งยาให้กับผู้ป่วยสิทธิบัตรทองทั่วประเทศที่ได้รับการดูแลกับแอพพ์ คลิกนิก ซึ่งทันทีที่ ปณด. ได้รับแจ้งจากทางแอพพ์ คลิกนิกว่ามีรายการยาและเวชภัณฑ์ที่ต้องจัดส่งให้กับผู้ป่วย ก็จะมีเจ้าหน้าที่ ปณด. ประจำตามสาขาต่างๆ ทั้งกรุงเทพฯ ไปรับยาและรีบนำจัดส่งให้ถึงมือผู้ป่วยโดยเร็ว โดยขณะนี้บริการแพทย์ทางไกล 42 โรคของ สปสช.นั้น นำร่องก่อนเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ หากในอนาคตขยายครอบคลุมได้ทั่วประเทศ ปณด. ก็มีความพร้อมในการดำเนินการ เพราะเรามีสาขาทั่วประเทศพร้อมให้บริการ ทั้งนี้ ปณด. เข้าใจภาวะความเจ็บป่วยของประชาชน แม้ว่าจะเจ็บป่วยด้วยโรคทั่วไปก็ต้องได้รับยารักษาที่จำเป็นโดยเร็ว เพื่อบรรเทาอาการต่างๆ ให้ดีขึ้น

