พลิกโฉม อพวช. สู่ NSM ดินแดนแห่งการค้นพบความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ National Science Museum จะมีการพลิกโฉมครั้งใหญ่ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัย สอดคล้องกับยุคสมัยและเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เข้าถึงง่ายสำหรับคนทุกเพศทุกวัย จากชื่อ อพวช. เป็น เอ็นเอสเอ็ม (NSM) ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ ดินแดนแห่งการค้นพบความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์

“NSM คือ ดินแดนแห่งการค้นพบความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์ ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่ให้ทุกคนไปที่พิพิธภัณฑ์อย่างเดียว แต่ต้องสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งเราได้พัฒนาและส่งเสริมแหล่งเรียนรู้และพื้นที่การเรียนรู้ สร้างสรรค์นวัตกรรม ทั้งรูปแบบของกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งออนไซต์ ออนไลน์ ให้เข้าถึงทุกคนให้ได้มากที่สุด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม”ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ.NSM เปิดเผยในระหว่างแถลงนโยบาย เอ็นเอสเอ็มองค์กรรุ่นใหม่ พร้อมก้าวต่อไปสู่อนาคต

ผอ.NSM กล่าวว่า การเป็นองค์กรยุคสมัยใหม่จึงต้องปรับตัวให้ได้ทันต่อสถานการณ์ ต้องเปลี่ยนแปลงในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของคนในองค์กร กระบวนการทำงาน การพัฒนานิทรรศการและกิจกรรมขององค์กร การนำเสนอสินค้าและบริการต่างๆ มีการกำหนดแผนและกลยุทธ์การทำงานให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องว่า NSM จะต้องเป็นสถานที่สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้สนุกกับการค้นพบ เรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์ในทุกแหล่งเรียนรู้ของเรา
ไม่ว่าจะเป็น 4 พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่คลองห้า ปทุมธานี และจัตุรัสวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั้ง 3 แห่ง มี คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช. ที่ได้ดำเนินการมากว่า 18 ปี มีผู้เข้าชมแล้วกว่า 6.6 ล้านคน ซึ่งในอนาคตอาจจะ พัฒนาพื้นที่แหล่งเรียนรู้เพิ่มขึ้นอีก เพื่อกระจายโอกาสการเรียนรู้ชุมชนเมืองไปสู่นอกเมือง ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Science Delivery By NSM หรือวิทยาศาสตร์ส่งตรงถึงบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ออนไลน์อย่างสนุกและสร้างสรรค์ที่มีในทุกแพลตฟอร์ม ของ NSM อีกด้วย

“หากพูดถึงองค์กรที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในระดับประเทศ อยากให้คิดถึง NSM เป็นอันดับแรกๆ ให้ได้ เพราะด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย จะทำให้ NSM เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน มีสื่อการเรียนรู้ที่พร้อมให้ทุกคนได้นำไปใช้ เหมาะสมกับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งเด็กปฐมวัย นักเรียน นักศึกษาตลอดจนผู้สูงอายุ โดยในเด็กปฐมวัย เราตอบโจทย์ด้วยการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการ อาทิ นิทรรศการ FUN SCIENCE KITS ได้เรียนรู้ผ่านชิ้นงานวิทยาศาสตร์ในรูปแบบ Hands-on เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการของเด็กวัยนี้ ซึ่งนิทรรศการชุดนี้ สามารถเคลื่อนที่ไปจัดแสดงตามที่ต่างๆ ได้” ผศ.ดร.รวิน กล่าว

และว่า เรายังมองเห็นการสร้างโอกาสและคุณค่าผู้สูงอายุในสังคม โดยการให้ผู้สูงอายุในวัยเกษียณ มาใช้เวลาว่างในการพัฒนาทักษะด้านวิทยาศาสตร์ ผ่าน โครงการส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุด้วยการถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญาในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ที่ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผศ.ดร.รวินกล่าวว่า ที่สำคัญยังเปิดโอกาสให้กับผู้สูงอายุ มาทำงานพิเศษปฏิบัติหน้าที่เป็นอาสาสมัครอาวุโสแนะนำนิทรรศการและกิจกรรมภายในพิพิธภัณฑ์อีกด้วย และในอนาคต ยังถึงกลุ่มวัยรุ่น หนุ่มสาว วัยทำงานที่ต้องการหาพื้นที่สำหรับแสดงออก มาแชร์ไอเดียกัน เราเองมีความพร้อมในด้านพื้นที่ การทำ Co-working Space ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ ถือเป็นสถานที่ที่เปิดกว้างให้ทุกคนได้มามีส่วนร่วม ซึ่งเป็นแผนที่เราจะพัฒนาพื้นที่เหล่านี้ให้เกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

ผศ.ดร.รวินกล่าว และว่า NSM คาดหวังที่จะเป็นองค์กรระดับโลก เป็นอาณาจักรแห่งความรู้และการศึกษาวิจัยของโลก และต้องเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ที่คนไทยและคนต่างประเทศอยากมา และในปี 2567 คนไทยจะได้เห็น ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต หรือ ฟิวเจอร์เรียม ศูนย์ทดสอบด้านอาชีพและทักษะแห่งแรกของประเทศไทยสำหรับเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษาที่จะต้องเตรียมตัวเข้าสู่อาชีพในอนาคต
ผศ.ดร.รวินกล่าวว่า ที่สำคัญ หลังจากนี้การหารายได้เพื่อพึ่งพาตนเองก็เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน เพราะอนาคตการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐอาจมีแนวโน้มลดลง เราจึงมีแนวความคิดที่จะพัฒนาสิ่งที่่เรามีหรือเชี่ยวชาญมาสร้างรายได้ เช่น งานวิจัยด้านธรรมชาติวิทยา ซึ่งเป็นจุดแข็ง ก็ต้องหาวิธีการสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือการพัฒนาของเล่นทางวิทยาศาสตร์ หรือ STEM TOY ซึ่งเป็นสิ่งที่ถนัด ก็ต้องหาช่องทางที่จะนำไปสู่ธุรกิจได้อย่างไรต่อไป

