รพ.จุฬาฯ ชี้โรคตาแห้งภัยร้ายเบอร์ 1 ปล้นความสุขคนไทย ผุดแอพพ์ ‘ตาแห้งหรือไม่’ ให้ทดสอบฟรี

22.03.23 | 16:32 น.

รพ.จุฬาฯ ชี้โรคตาแห้งภัยร้ายเบอร์ 1 ปล้นความสุขคนไทย ผุดแอพพ์ ‘ตาแห้งหรือไม่’ ให้ทดสอบฟรี 

รศ.พญ.งามจิตต์ เกษตรสุวรรณ หัวหน้าศูนย์เลเซอร์สายตา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และประธานชมรมกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคตาแห้งจะมีผลต่อสภาวะอารมณ์ที่มีความรู้สึกเบื่อ เครียด รำคาญตนเอง เนื่องจากไม่สามารถออกไปทำงาน หรือ ใช้ชีวิตตามปกติได้ เพราะสายตาไม่สามารถสู้แสงแดดหรือสภาวะอากาศได้นาน จึงก่อให้เกิดภาวะโรคซึมเศร้าขึ้น ขณะเดียวกัน ยาบางชนิดสำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าก็มีผลต่อการเป็นโรคตาแห้ง รวมไปถึงยารักษาสิว และยารักษาภูมิแพ้ 

ทั้งหมดนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคตาแห้งจะมีการพิจารณาการรักษาของผู้ป่วยเป็นรายกรณีไป เช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าก็ยังคงให้ทานยารักษาโรคซึมเศร้าต่อไป แต่ผู้ป่วยที่ทานยารักษาสิวก็อาจพิจารณาว่าสามารถเลือกวิธีการรักษาสิวแบบอื่นแทนการทานยาได้หรือไม่ เนื่องจากแนวทางการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคตาแห้งอันดับแรก ของศูนย์เลเซอร์สายตา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ คือ การค้นหาก่อนว่าอะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้คนนั้นเกิดภาวะอาการตาแห้ง ตัวอย่าง 

บางกรณีอาจมาจากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต อาทิ ชอบเปิดแอร์เป่าเข้าตาเวลาขับรถ หรือ การทำงานจ้องคอมพิวเตอร์นานๆ โดยไม่กระพริบตา หรือโรคประจำตัวที่เป็น อาทิ โรคเบาหวาน เพื่อจะสามารถออกแบบแนวทางการรักษา การใช้อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ และการให้ยาหยอดตา (น้ำตาเทียม)ได้ถูกชั้นของดวงตาที่แห้งเพราะทางการแพทย์ ฟิล์มน้ำตาที่ผิว เนื้อเยื่อส่วนหน้าของลูกตามนุษย์จะมีด้วยกัน 3 ชั้น จากชั้นนอกสุดไปถึงชั้นในสุด ได้แก่ 

1. ชั้นไขมัน (Lipid Layer) สร้างจากต่อมไขมันที่อยู่ภายในเปลือกตา/หนังตา มีส่วนช่วยให้น้ำตาไม่ระเหยไปอย่างรวดเร็ว

Advertisement

2. ชั้นที่เป็นน้ำ (Aqueous Layer) สร้างจากต่อมน้ำตาที่เรียกว่า Lacrimal Gland ชั้นนี้เป็นส่วนประกอบส่วนกลางและส่วนหลักของน้ำตา

3. ชั้นเมือก (Mucin Layer) สร้างจากเซลล์ที่เรียกว่า Goblet Cell ในเยื่อบุตาและในกระจกตา เคลือบอยู่ด้านในสุดของผิวตา

โดยผู้ป่วยอาการตาแห้งที่เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มากที่สุด คือ ตาแห้งบริเวณชั้นน้ำมัน รองลงมา คือ ตาแห้งบริเวณชั้นน้ำ หรือผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการตาแห้งทั้งที่เกิดจากชั้นน้ำมันและชั้นน้ำ สำหรับสาเหตุของอาการตาแห้งชั้นน้ำมัน

รศ.พญ.งามจิตต์ กล่าวว่า มาจากการใส่คอนแทคเลนส์ที่ไม่เหมาะสม ไม่มีคุณภาพ อายุที่เพิ่มมากขึ้นมักจะพบมากในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน เมื่อระดับฮอร์โมนลดลงก็ทำให้สารคัดหลั่งต่างๆ จากร่างกาย รวมถึงน้ำตาก็ลดปริมาณลงไปด้วย 

นอกจากนี้ ก็มีเรื่องของการใช้สายตา ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ อาทิ การทำงานหน้าจอ คอมพิวเตอร์  เล่นมือถือ กระทั่งการทำงานของเปลือกตาบกพร่อง อาทิ ไม่กระพริบตา หรือ กระพริบตาน้อย ทำให้น้ำในดวงตาระเหยได้

ดังนั้น เมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รู้แล้วว่าอาการตาแห้งของผู้ป่วยอยู่บริเวณชั้นอะไร มีระดับความรุนแรงมากน้อยแค่ไหนก็จะจ่ายยา คือ น้ำตาเทียมตามอาการที่มีตั้งแต่น้ำตาเทียมทั่วไป น้ำตาเทียมชั้นน้ำ น้ำตาเทียมชั้นเมือก น้ำตาเทียมชั้นน้ำมัน รวมถึงแนวทางการรักษาที่ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ ปัจจุบันศูนย์เลเซอร์สายตา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ด้านการรักษาอาการตาแห้งแบบครอบคลุมครบวงจร อาทิ เครื่อง IPL therapy ใช้รักษาโรคต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตาแห้งบริเวณชั้นน้ำมัน Lid SPA เป็นการรักษาแบบนวดเปลือกตา กรณีเป็นโรคเปลือกตาอักเสบที่ส่งผลต่อชั้นไขมันของน้ำตา ทำให้เกิดอาการตาแห้ง แสบเคืองตา และ บางรายมีน้ำตาไหลซึม

อย่างไรก็ตาม ยังมีแนวทางรักษาแบบ Lid hygiene ซึ่งเป็นวีดีโอสำหรับสอนวิธีการทำความสะอาดเปลือกตาด้วยตนเอง ในการให้ผู้ป่วยสามารถนำกลับไปทำเองที่บ้าน ขณะเดียวกันที่ผ่านมาทางชมรมกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตาแห่งประเทศไทย ยังได้จัดทำแอพพลิเคชั่นตรวจตาแห้งด้วยตนเองที่ชื่อว่า “ตาแห้งหรือไม่? (Dry eye or not?)” ขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชนได้เข้าตรวจเช็คอาการตาแห้งด้วยตนเอง

โดยการทำงานของแอพพลิเคชั่น Dry eye or not ใช้งานง่ายเพียงแค่กดเข้ามาตามขั้นตอนเพื่อทำการทดสอบทั้งหมด 4 เรื่อง คือ 1. การวัดอัตราการกระพริบตา 2. การวัดระยะเวลาที่สามารถลืมตาค้างได้นานที่สุด 3. การวัดระดับการมองเห็น 4. แบบทดสอบประเมินภาวะตาแห้งก็สามารถทำให้รู้ว่าตอนนี้มีภาวะอาการตาแห้งหรือไม่ อาการตาแห้งมีระดับความรุนแรงจนต้องพบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไปหรือไม่ ประกอบกับภายในแอพพลิเคชัน ยังมีบทความเกี่ยวกับเรื่องตาแห้งที่เขียนโดยคุณหมอเฉพาะทางเรื่องนี้ เพื่อเป็นการส่งมอบความรู้ให้กับประชาชนได้ตระหนัก เข้าใจ รวมถึงได้รับรู้ถึงวิธีการหลีกเลี่ยงไม่ให้ตนเองเป็นโรคตาแห้ง ซึ่งในปี 2566 

รศ.พญ.งามจิตต์ กล่าวว่า เราจะมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่น Dry eye or not ในด้านการให้ความรู้กับประชาชนเพิ่มมากขึ้นในเรื่องของอาการตาแห้ง ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด Dry eye or not ได้แล้วที่ App Store และ Google Play