อธิบดี กพร.ลุยเมืองปากน้ำ ตรวจความพร้อมสนามแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 29

22.03.23 | 17:35 น.

อธิบดี กพร.ลุยเมืองปากน้ำ ตรวจความพร้อมสนามแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 29

วันนี้ (22 มีนาคม) น.ส.บุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมของสถานที่สำหรับการจัดงานแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 29 ที่กำหนดจัดแข่งขันระหว่างวันที่ 26-28 เมษายน 2566 ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ

น.ส.บุปผาเปิดเผยว่า กพร.มีกำหนดจัดงานแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 29 ขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 เมษายน 2566 จำนวน 26 สาขา ซึ่ง สพร.1 สมุทรปราการ มีความพร้อมของสถานที่ อุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขันสามารถดำเนินการได้ 16 สาขา ประกอบด้วย สาขาเมคคาทรอนิกส์ เทคโนโลยีงานเชื่อม อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีเว็บ การจัดดอกไม้ กราฟิกดีไซน์ เทคโนโลยียานยนต์ การซ่อมสีรถยนต์ การปูกระเบื้อง เทคโนโลยีระบบไฟฟ้าภายในอาคาร การก่ออิฐ ไม้เครื่องเรือน การต่อประกอบมุมไม้ เทคโนโลยีระบบทำความเย็น และการแต่งผม ทั้งนี้ ยังมีสนามแข่งขันในสาขาอื่นๆ อีก 10 สาขา ซึ่งจัดในหน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสถาบันการศึกษาอีกหลายแห่ง

Advertisement

อธิบดี กพร.กล่าวต่อไปว่า การแข่งขันฝีมือแรงงานเป็นเวทีเฟ้นหาตัวแทนเยาวชนไทยไปแข่งขันในระดับอาเซียน เอเชียและระดับนานาชาติ ซึ่งการก้าวไปสู่เวทีต่างๆ หากสามารถคว้าเหรียญรางวัลมาได้ จะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยแสดงศักยภาพให้ชาวต่างชาติและนักลงทุนได้เห็นถึงความสามารถและทักษะฝีมือของคนไทย เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนชาวต่างชาติด้วย นอกจากนี้ เวทีการแข่งขันในแต่ละระดับ ยังเป็นการกระตุ้นให้เยาวชนและแรงงานให้ความสำคัญของการพัฒนาทักษะฝีมืออีกด้วย กรมจึงมีการจัดแข่งขันทักษะฝีมืออย่างต่อเนื่อง

“วันนี้ ได้มีโอกาสเยี่ยมชมการฝึกอบรมอีกหลายสาขาที่ สพร.1 สมุทรปราการ กำลังดำเนินการฝึก เช่น หลักสูตรการล้างและติดตั้งเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ซึ่งบูรณาการกับกองทัพเรือ หลักสูตรการปรับแต่งระบบไฮดรอลิกส์ ระดับ 2 สพร.1 สมุทรปราการ ยังร่วมกับบริษัท สวอนอินดัสทรี่ส์ (ประเทศไทย) เป็นต้น การดำเนินงานดังกล่าว สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล และ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ต้องการให้แรงงานไทยมีทักษะฝีมือและมีความพร้อมในการทำงานในสถานประกอบกิจการ หรือสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพอิสระ เพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเอง สามารถดูแลครอบครัวได้อย่างมั่นคง” น.ส.บุปผากล่าว