“เบื่อแล้ว ไม่อยากกินยา ไม่อยากไปหาหมอ ต้องลางานบ่อยๆ รักษามา 7 เดือนแล้ว ยากินแล้วแพ้บางครั้งก็ทำงานไม่ไหว” นายเอก (นามสมมติ) ผู้ป่วยวัณโรคชาวเมียนมา อาศัยและทำงานอยู่ที่ จ.ภูเก็ต กับคำพูดที่บ่งบอกถึงความหมดกำลังใจที่จะรักษาอาการป่วย

นายเอก ไม่ใช่ผู้ป่วยวัณโรคเพียงคนเดียว ที่เคยคิดจะหยุดการรักษาอาการป่วยจากวัณโรค
วัณโรค โรคติดต่อรุนแรงที่ทำให้ผู้ป่วยถึงตาย สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนโดยการไอ จาม เกิดได้กับทุกส่วนของร่างกาย แต่ที่พบมากคือ ‘วัณโรคปอด’ ผู้ป่วยวัณโรคจะต้องได้รับยาอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 6 เดือน – 1 ปี หรือมากกว่า และไปพบแพทย์เพื่อติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ ความรุนแรงของยา ความยาวนานในการรักษา ความเจ็บป่วยเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ และชีวิตความเป็นอยู่และการทำมาหากิน ทำให้ผู้ป่วยวัณโรคจำนวนหนึ่งหยุดการรักษากลางคัน นั่นเป็นสาเหตุให้อัตราการตายในผู้ป่วยวัณโรคสูง รวมถึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิด ผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา (DR-TB) ซึ่งรุนแรงกว่าและรักษาได้ยากกว่าด้วย

จากข้อมูลสถานการณ์วัณโรคในประเทศไทย โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า ในปี 2565 ประเทศไทยมีผู้ป่วยวัณโรค 103,000 คน ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยมากถึง 31,000 คน ที่ไม่ได้รายงาน หรือไม่ได้รับการวินิจฉัย หรือไม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสม และมากถึง 2,400 รายที่ผลตรวจในห้องปฏิบัติการ (แล็บ) พบว่าเป็นผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกๆ ปี

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค กำลังเฝ้าระวังสถานการณ์โรควัณโรคอย่างใกล้ชิด พร้อมๆ รณรงค์ให้เกิดความตระหนักถึงการระบาดของวัณโรค และสร้างการมีส่วนร่วมทั้งจากรัฐ เอกชน องค์กรเอกชน (NGO) รวมถึงภาคประชาชน ในการมีส่วนร่วมควบคุมวัณโรค
และ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ก็เป็นอีกหนึ่งเอ็นจีโอ ที่มีบทบาทในการหนุนภาครัฐยุติวัณโรคอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี โดยดำเนินงานภายใต้การสนับสนุนจาก กองทุนโลก (Global Fund) ทั้งงานด้านการป้องกันและควบคุมวัณโรค งานการดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรค พุ่งเป้าไปที่กลุ่มประชากรข้ามชาติซึ่งมีสถานะที่เปราะบาง ทั้งความเป็นอยู่ รายได้ รวมถึงความแตกต่างด้านภาษาทำให้ยากหรือเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขพื้นฐาน
สำหรับข้อแตกต่างและเป็นจุดเด่นในการทำงานยุติวัณโรคของมูลนิธิศุภนิมิตฯ นั้น นอกจากจะทำงานชิดกับหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐแล้ว ยังมีเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขต่างชาติ เอื้อประโยชน์ ลดอุปสรรคด้านภาษา และทำให้สามารถเข้าถึงประชากรข้ามชาติในชุมชนต่างๆ และเข้าถึงกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับเชื้อเอชไอวี (HIV) ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะป่วยด้วยโรควัณโรค ปัจจุบันมูลนิธิศุภนิมิตฯ มีการดำเนินงานโครงการยุติวัณโรคใน 8 จังหวัด ที่มีจำนวนแรงานข้ามชาติจำนวนมาก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงราย ระนอง นนทบุรี ภูเก็ต ปทุมธานี ตาก และสระแก้ว

Daw Khin Htwe หนึ่งในอาสาสมัครสาธารณสุขต่างชาติ ชาวเมียนมา อายุ 64 ปี อาศัยและทำงานอยู่ที่แม่สอด จ.ตาก ที่ทำงานร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ มานานกว่า 14 ปี เล่าถึงการทำงานเกี่ยวกับวัณโรคว่า จะได้รับข้อมูลความรู้ วิธีดูแลป้องกันตนเอง เรียนรู้วิธีสื่อสารกับผู้ป่วย การให้กำลังใจ เพื่อให้สามารถสนับสนุนงานคัดกรองกลุ่มเสี่ยงวัณโรค รวมถึงเอชไอวีได้อย่างถูกต้อง
“เราติดตามดูแลผู้ป่วยให้กินยาต่อเนื่อง ให้ความรู้ ให้คำปรึกษา ดูแลจนกว่าจะหายป่วย นอกจากนี้ เรายังไปประจำอยู่ที่ศูนย์สุขภาพมูลฐาน (Health Post) ในชุมชน ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ คอยประสานงานกับเพื่อนประชากรข้ามชาติด้วย” Daw Khin Htwe กล่าว
ทั้งนี้ ในปี 2565 จากการดำเนินงาน ‘โครงการยุติวัณโรค มูลนิธิศุภนิมิตฯ’ มีประชากรข้ามชาติที่ได้รับการคัดกรองโรคกว่า 37,000 คน ส่งตรวจวินิจฉัยโรคจากชุมชนมากกว่า 1,400 คน และมีผู้ป่วยวัณโรคที่พบในชุมชน และได้รับการส่งต่อผู้ป่วยเพื่อดูแลรักษาในโรงพยาบาล 540 คน

