สปสช.-สธ.ถกกฤษฎีกาต้น เม.ย. ก่อนชงร่าง พ.ร.ฎ.ให้สิทธิป้องกันโรคกลุ่มไร้บัตรทองเข้า ครม.
วันที่ 27 มีนาคม 2566 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยความคืบหน้าร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) 4 ฉบับ ที่กำหนดให้ผู้ที่ไม่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทอง 30 บาท สามารถใช้สิทธิรับบริการสาธารณสุขเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 มีมติเห็นชอบในหลักการแล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้ ร่าง พ.ร.ฎ.ทั้ง 4 ฉบับดังกล่าว จะถูกส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อตรวจพิจารณา เมื่อการดำเนินการตรวจพิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ร่าง พ.ร.ฎ.ทั้ง 4 ฉบับนี้ จะถูกส่งกลับไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.และเสนอทูลเกล้าฯ ต่อไป
เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า ในส่วนของประเด็นวันที่มีผลบังคับใช้นั้น ก่อนหน้านี้ สปสช.ได้หารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และได้เป็นข้อสรุปร่วมกันว่า ขอให้มีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นมา เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการได้รับบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของประชาชน ไม่ทำให้ประชาชนเสียโอกาสในการเข้ารับบริการและหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลที่ให้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคกับประชาชนไปแล้ว ได้รับค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีข่าวว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาอาจจะมีความเห็นว่าไม่ควรให้มีผลบังคับใช้ย้อนหลัง แต่ควรให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาลงประกาศในราชกิจจานุเบกษานั้น เป็นข้อที่ ครม.ให้พิจารณาตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เห็นว่าควรให้มีผลตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื่องจากเห็นว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการใช้สิทธิ ก่อนมาเสนอให้ ครม.มีมติต่อไป
“ทั้งนี้ สปสช.และ สธ.ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวหลังมีมติ ครม. และจะทำงานร่วมกัน โดยมีกำหนดที่จะร่วมกันไปชี้แจงให้คณะกรรมการกฤษฎีการับทราบช่วงต้นเดือนเมษายนหรือภายในสัปดาห์หน้านี้ ซึ่งก็จะมีการชี้แจงและอธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมจึงต้องให้ ร่าง พ.ร.ฎ.มีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เพื่อไม่ให้ประชาชนนอกสิทธิบัตรทองและหน่วยบริการเสียโอกาส” นพ.จเด็จกล่าว

