อนามัยโพลชี้ประชาชน 75% กังวลซีเซียม-137 เร่งเก็บ ตย.อาหาร-น้ำ ส่งตรวจหาสารปนเปื้อน

28.03.23 | 14:20 น.

อนามัยโพลชี้ประชาชน 75% กังวลซีเซียม-137 เร่งเก็บ ตย.อาหาร-น้ำ ส่งตรวจหาสารปนเปื้อน

วันนี้ (28 มีนาคม 2566) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงกรณีข่าวสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 หายจากโรงงานใน จ.ปราจีนบุรี และถูกนำเข้าเตาหลอมเหล็กในโรงงานหลอมเหล็ก และพบว่า มีการขนส่งเถ้าโลหะที่มีการปนเปื้อนสารดังกล่าวในพื้นที่ จ.ระยอง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ให้มีความวิตก และความกังวลใจเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพ นั้น

ล่าสุด กรมอนามัย ได้มอบหมายให้สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมด้วยศูนย์อนามัยที่ 6 จ.ชลบุรี ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังสารกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 ในการเตรียมความพร้อมและกำหนดมาตรการฉุกเฉินรับมือกรณีเกิดอุบัติภัยจากสารเคมีในพื้นที่ตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งนี้ ยังได้สุ่มเก็บตัวอย่างอาหารและน้ำบริเวณโดยรอบชุมชน โกดัง และที่เก็บฝุ่นเหล็กดังกล่าว ในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร อาทิ ปลาทะเลสด ผักและผลไม้ที่ปลูกในพื้นที่ น้ำประปาที่ใช้ในครัวเรือน น้ำจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ และน้ำบ่อตื้นที่ใช้ในการรดผักและผลไม้ พร้อมทั้งจัดส่งตัวอย่างดังกล่าวไปตรวจวิเคราะห์ ณ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพื่อให้ทราบผลการตรวจวิเคราะห์และสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชน

Advertisement

“ทั้งนี้ จากผลการสำรวจความเห็นของประชาชนต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ผ่านทางอนามัยโพล ตั้งแต่วันที่
23-24 มีนาคม 2566 จำนวน 379 คน พบว่า ประชาชนได้ทราบข่าวและรู้สึกกังวลมากถึงร้อยละ 75.5 ในขณะที่ร้อยละ 23.5 ทราบข่าว แต่ไม่รู้สึกกังวลหรือไม่สนใจข่าวนี้ และร้อยละ 1.0 ไม่ทราบข่าว สำหรับเหตุผลที่ประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับซีเซียม-137 ที่พบมากที่สุด คือ การแพร่กระจายและตกค้างในสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 93.7 รองลงมา คือ กังวลถึงผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ร้อยละ 89.8 และไม่มั่นใจในการดูแลจัดการของโรงงาน กลัวเกิดเหตุการณ์ซ้ำ ร้อยละ 62.9 นอกจากนี้ ประชาชนต้องการข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว ร้อยละ 80.2 ข้อมูลด้านความปลอดภัยของอาหาร ผัก ผลไม้ และน้ำดื่ม ร้อยละ 77.0 วิธีลดและป้องกันการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมและการเข้าสู่ร่างกาย ร้อยละ 73.6 สำหรับสิ่งที่ประชาชนต้องการให้หน่วยงานสาธารณสุขดำเนินการมากที่สุด คือ การเฝ้าระวังตรวจการตกค้างในอาหารและน้ำ ร้อยละ 80.2 การตรวจสุขภาพกรณีที่รู้สึกมีอาการผิดปกติ ร้อยละ 78.6 และการสื่อสารและให้คำแนะนำด้านสุขภาพ ร้อยละ 77.3” นพ.สุวรรณชัยกล่าว