ไทย-กัมพูชา
STI 2023 ‘NSM’ ผนึกพันธมิตร
โชว์นิทรรศการวิทยาศาสตร์ร่วม
“วันวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม” (1st NATIONAL Science, Technology and Innovation Day : STI 2023) งานใหญ่ครั้งแรกของราชอาณาจักรกัมพูชา จัดระหว่างวันที่ 26-28 มีนาคม 2566 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมเกาะเพชร กรุงพนมเปญ โดยมี สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นประธานเปิดงาน
งานสำคัญนี้ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ หรือ NSM ผนึกความร่วมมือกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) นำนิทรรศการและกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาร่วมจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบเพื่องานครั้งประวัติศาสตร์ของกัมพูชา

ทั้งนี้ เป็นไปตามข้อตกลงสร้างความร่วมมือกันในหลากหลายมิติ เพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงกำลังคนของทั้งสองประเทศ หลังจาก ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับสมเด็จฯฮุน เซน เมื่อเดือนตุลาคม 2565
โดยบรรยากาศของงาน STI 2023 เป็นไปอย่างคึกคัก คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลมาเข้าชมงานมากมาย โดยมีทั้งเด็กและเยาวชน ประชาชนทุกเพศทุกวัย รวมถึงผู้ประกอบการที่ต้องการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปต่อยอดธุรกิจ เพราะงานนี้ถือเป็นงานใหญ่ของกัมพูชาที่รวบรวมผลงานความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาจัดแสดงให้ประชาชนในประเทศได้ชมเป็นครั้งแรก

สมเด็จฯฮุน เซนกล่าวว่า “การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาขับเคลื่อน การจัดงาน STI 2023 จึงเป็นโอกาสครั้งสำคัญของประเทศกัมพูชา ที่จะสร้างโอกาสใหม่ให้กับทุกคน ทั้งการสร้างความตระหนักรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้กับประชาชน การพัฒนาเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ สร้างอาชีพใหม่ ทักษะใหม่ การต่อยอดทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ ตลอดจนแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ในการผลิตผลงานวิจัยเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ”
ขณะที่ ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ.NSM หนึ่งในพันธมิตรสำคัญของการจัดงานครั้งนี้และพันธมิตร อย่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ได้นำนิทรรศการและกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาร่วมจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบเพื่องานครั้งประวัติศาสตร์

“ไทยและกัมพูชาได้ตกลงสร้างความร่วมมือกันในหลากหลายมิติ เพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงกำลังคนของทั้งสองประเทศ นี่จึงเป็นที่มาของการนำนิทรรศการและกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจากหลากหลายหน่วยงานของกระทรวง อว.มาจัดแสดงในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ สร้างประสบการณ์และแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังคนของอาเซียน เพราะวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องสำคัญใกล้ตัวเราทุกคน ทั้งยังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศและภูมิภาค การสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะกับเยาวชน จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการเตรียมกำลังคนอาเซียนเข้าสู่สังคมแห่งฐานความรู้และการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ผศ.ดร.รวินกล่าว
สำหรับนิทรรศการและกิจกรรมที่นำมาจัดแสดงภายในงาน NSM ได้ขนทัพทั้งนิทรรศการวิทยาศาสตร์เคลื่อนที่ชุด Science for Fun กว่า 60 ชิ้นงาน กิจกรรมเกมและของเล่นวิทยาศาสตร์ กิจกรรมเปิดฟ้ามองดาว (Planetarium) ภาพยนตร์ดาราศาสตร์ 3 มิติ แบบ full-Dome ที่จะทำให้ทุกคนเปิดประสบการณ์ใหม่ ได้เรียนรู้และตื่นตาตื่นใจไปกับความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ ยังจะได้ปลดปล่อยความคิดและจินตนาการในการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ไปกับกิจกรรมมุมประดิษฐ์ (STEM Workshop) และการแข่งขันทางวิทยาศาสตร์ Science Challenge อีกด้วย

ขณะที่ วช.ได้นำผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมมาจัดแสดงมากมาย รวมถึงการสาธิตการบินโดรน โดยสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กิจกรรมเสวนาให้ความรู้ และกิจกรรมเวิร์กช็อป เช่น กิจกรรม DIY Young pilot และ Plant Mineral Crystal ด้าน สดร.ได้นำนิทรรศการดาราศาสตร์ ที่บอกเล่าเรื่องราวของระบบสุริยะ หรือปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ในรูปแบบของนิทรรศการและกิจกรรมเกมดาราศาสตร์ ไฮไลต์สำคัญคือการนำอุกกาบาตที่ตกมายังพื้นโลกเมื่อ 5,000 ปีที่แล้วจากประเทศอาร์เจนตินามาโชว์ภายในงานนี้อีกด้วย
“NSM และหน่วยงานพันธมิตรภายใต้กระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพกำลังคน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเยาวชนของอาเซียนในทุกรูปแบบ ซึ่งจะนำไปสู่การต่อยอดในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงสร้างสังคมวิทยาศาสตร์ให้เกิดขึ้น เพื่อพัฒนาภูมิภาคอาเซียนให้เจริญก้าวหน้าต่อไป” ผศ.ดร.รวินกล่าว
นี่คือก้าวสำคัญของไทยในอาเซียน

