กกจ.เผย 2 ปี ไทยส่งออกแรงงานกว่า 1 แสนคน กวาดเงินเฉียด 3 แสนล้าน เข้าประเทศ

2.04.23 | 13:10 น.

กกจ.เผย 2 ปี ไทยส่งออกแรงงานกว่า 1 แสนคน กวาดเงินเฉียด 3 แสนล้านเข้าประเทศ

วันนี้ (2 เมษายน) นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกกลับมาสู่สภาพปกติ ตลาดแรงงานในต่างประเทศ มีความต้องการแรงงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งแรงงานไทยโดยเฉพาะแรงงานประเภทฝีมือ และกึ่งฝีมือนับเป็นแรงงานคุณภาพที่นายจ้างในต่างประเทศต้องการตัว เนื่องจากแรงงานไทยมีทักษะฝีมือดี ขยัน มีน้ำใจ จนเป็นที่ยอมรับ

โดยในปี 2565 และปี 2566 กกจ.มีการอนุญาตให้แรงงานไทยเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ทั้งสิ้น 113,186 คน แยกเป็น ปี 2565 จำนวน 88,164 คน และปี 2566 (ณ เดือนมีนาคม) จำนวน 25,022 คน โดยประเทศที่แรงงานไทยเดินทางไปทำงานมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ ไต้หวัน สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) อิสราเอล ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ตามลำดับ ซึ่งรายได้ที่แรงงานไทยในต่างประเทศส่งกลับบ้าน ผ่านระบบธนาคารแห่งประเทศไทย มีมูลค่าถึง 299,077 ล้านบาท

อธิบดี กกจ.กล่าวต่อไปว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 กกจ.มีเป้าหมายจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 50,000 คน โดยมุ่งเน้นรักษาตลาดแรงงานเดิม ด้วยการส่งเสริมการจ้างงานอย่างต่อเนื่องกับงานภาคเกษตรในรัฐอิสราเอล ภายใต้โครงการ “ความร่วมมือไทย-อิสราเอล เพื่อการจัดหางาน (TIC) งานภาคอุตสาหกรรมในประเทศญี่ปุ่น ผ่านองค์กร IM JAPAN และงานภาคก่อสร้าง อุตสาหกรรม และการเกษตรในเกาหลีใต้ ผ่านระบบ EPS ควบคู่การขยายตลาดแรงงานใหม่ที่มีแนวโน้มความต้องการแรงงานไทย อาทิ งานเกษตรตามฤดูกาลในเกาหลีใต้ งานภาคก่อสร้างในอิสราเอล งานภาคก่อสร้างและภาคบริการทางการแพทย์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการในซาอุดีอาระเบีย เพื่อเพิ่มโอกาสการมีอาชีพ มีรายได้ ให้พี่น้องแรงงานไทย ลดปัญหาการว่างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจ และนำเงินกลับเข้าประเทศไทย

Advertisement

“แรงงานไทยที่ต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 หรือเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas โดยขอย้ำให้แรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศด้วยวิธีที่ถูกกฎหมายเท่านั้น เพราะจะทำให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ได้ค่าจ้างที่เหมาะสม และยังได้รับการดูแลที่ดีตามสิทธิที่พึงมีด้วย” นายไพโรจน์กล่าว