สส.จัด “โครงการรักษ์น้ำมิตซุยกุ” ปี 3 ส่งต่ออนาคต ยั่งยืน คนรุ่นหลัง

5.04.23 | 18:58 น.

สส.จัด “โครงการรักษ์น้ำมิตซุยกุ” ปี 3 เพื่อส่งต่ออนาคต ยั่งยืน คนรุ่นหลัง

วันที่ 5 เมษายน  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ร่วมกับ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย และ ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) ผนึกกำลังส่งเสริมความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์น้ำ และฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรธรรมชาติให้กับเยาวชน เพื่อส่งต่ออนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นหลัง จัดงานแถลงข่าวเพื่อประกาศความพร้อมในการเดินหน้า “โครงการรักษ์น้ำมิตซุยกุ” ปีที่ 3 ณ 101 ทรูดิจิทัล พาร์ค

นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม(สส.) กล่าวว่า น้ำเป็นทรัพยากรสำคัญที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ และในปีนี้องค์การสหประชาชาติได้ขับเคลื่อนพันธกิจตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) โดยทรัพยากรน้ำเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่มีการสร้างหลักประกันว่า จะมีการจัดให้มีน้ำและสุขอนามัยสำหรับทุกคน และมีการบริหารจัดการที่ยั่งยืน ดังนั้นภาครัฐจึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนา บริหารจัดการ บำรุงรักษา ปรับปรุง ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในทุกมิติ เพื่อให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณหน่วยงานภาคเอกชน ทั้งซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย และ ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) ที่ได้สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ

ในปัจจุบันมี โรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School) และเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม มากกว่า 517 แห่งทั่วประเทศ ที่จะช่วยปลูกฝังความเป็นพลเมืองสิ่งแวดล้อม โดยใช้กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาเป็นเครื่องมือ “โครงการรักษ์น้ำมิตซุยกุ” จะทำให้เยาวชนได้รับองค์ความรู้จากประสบการณ์จริงในห้องเรียนธรรมชาติ เข้าใจเรื่องน้ำอย่างลึกซึ้ง เกิดมุมมองและทักษะรอบด้านในการแก้ไขปัญหาและปกป้องดูแลทรัพยากรน้ำในบ้านเกิดของตนเอง รวมถึงจุดประกายความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้กับเยาวชน โดยมีครูเป็นผู้ส่งต่อและสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อขับเคลื่อนการอนุรักษ์น้ำและทรัพยากรสิ่งแวดล้อมจากระดับจังหวัดสู่ระดับประเทศต่อไป

Advertisement

ณัฏฐณิชา วรวรรณเศรษฐ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายสนับสนุนการบริหารงานในองค์กร ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทยและอินโดไชน่า กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลและอนุรักษ์น้ำมาโดยตลอด สะท้อนความมุ่งมั่นต่อคำสัญญา “To inspire the brilliance of life, by creating rich experiences for people, in harmony with nature.” หรือในภาษาไทยว่า “เพื่อบันดาลให้เกิดความล้ำเลิศของชีวิตด้วยการสร้างประสบการณ์อันล้ำค่าให้กับผู้คนอย่างสอดประสานกับธรรมชาติ” โดยยึดหลักปรัชญาว่าด้วยการรักษาน้ำให้ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Growing for Good” เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

โครงการรักษ์น้ำมิตซุยกุ ได้เริ่มต้นขึ้นในปี 2564 ภายใต้แนวคิด “ช่วยน้ำ ช่วยโลก” โดยทำงานร่วมกับ ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) ด้วยการพาเด็กๆ ในจังหวัดภูเก็ตไปเรียนรู้เรื่องราวของน้ำและการอนุรักษ์แหล่งน้ำ ผ่านห้องเรียนธรรมชาติที่ทะเลภูเก็ต เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของแหล่งน้ำในบ้านเกิด ต่อมาในปี 2565 ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “คืนสมดุลให้น้ำ คืนสมดุลให้โลก” ร่วมกับ ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) และสถาบันการเรียนรู้ของคนทุกวัยจังหวัดระยอง (RILA)

เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนเห็นถึงประโยชน์และความสำคัญของน้ำผ่านคุณครู นำไปสู่การออกแบบห้องเรียนสิ่งแวดล้อม ส่งต่อองค์ความรู้และแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียน และในปี 2566 นี้ เป็นปีที่ 3 ทางซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ร่วมกับ ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมดำเนินงานภายใต้แนวคิด “รักษ์น้ำ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน” ผ่านโรงเรียนในโครงการโรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School) และเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อขยายโครงการดังกล่าว เป็นต้นแบบกระบวนการเรียนรู้จากระดับจังหวัดสู่ระดับประเทศ

มธุวลี สถิตยุทธการ ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจและองค์กรสัมพันธ์ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทยและอินโดไชน่า กล่าวเสริมว่า หนึ่งในพันธกิจของ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด คือความรับผิดชอบต่อสังคมและธรรมชาติ เราจึงมุ่งมั่นร่วมสร้างผลเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ซึ่งโครงการรักษ์น้ำมิตซุยกุ เกิดจากความต้องการส่งเสริมและให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรธรรมชาติให้กับเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องน้ำที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและการดำเนินชีวิต เป็นการตอกย้ำปรัชญาของซันโทรี่

โดยในปีนี้จะขยายโครงการฯ ใน 4 จังหวัด 4 ภูมิภาค แบ่งออกเป็น พื้นที่ต้นน้ำ จังหวัดเชียงราย พื้นที่กลางน้ำ จังหวัดอุบลราชธานี พื้นที่ปลายน้ำ จังหวัดฉะเชิงเทรา และพื้นที่ทะเล จังหวัดกระบี่ ซึ่งมีแผนดำเนินงาน 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 รับสมัครครูจากโรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School) และเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทั้ง 4 จังหวัด โดยครู 1 คน จะมีน้องๆ เยาวชนอีก 4 คนร่วมทีม เมื่อผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมกิจกรรมในค่ายรักษ์น้ำ ซึ่งจะเกิดขึ้นในแผนระยะที่ 2

อเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) กล่าวต่อว่า ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา เน้นการทำงานกับกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ทั่วภูมิภาค เพราะเยาวชนคืออนาคตของประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งกิจกรรมค่ายรักษ์น้ำได้สร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่องน้ำที่เชื่อมต่อกับทุกภูมิภาคของประเทศ ให้เยาวชนเข้าใจว่าการดำรงชีวิตของตัวเองสร้างผลกระทบอะไรให้กับต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และทะเล เป็นการกระตุ้นการดูแลสิ่งแวดล้อมระดับชาติในสังคมของเยาวชน อีกทั้งในปีนี้มีความพิเศษ คือ เป็นโครงการระยะยาวตลอดปี ทำร่วมกับเยาวชนในพื้นที่ที่มาจากโรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School) และเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ถือเป็นการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน นับเป็นเรื่องที่ดีเพราะเด็กๆ จะมีพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว สามารถต่อยอดได้ง่าย รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ร่วมกันระหว่างโรงเรียนต่างๆ เกิดเป็นเครือข่ายและพลังเยาวชนที่จะเติบโตมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมในอนาคต

ทั้งนี้ โครงการรักษ์น้ำมิตซุยกุ ได้วางแผนการดำเนินงานโครงการระยะยาวต่อเนื่อง 3 ปี ปีแรกคือ ปี 2566 นับเป็นจุดเริ่มต้นในการเพาะเมล็ดพันธุ์ ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและน้ำในพื้นที่ ต่อมาในปี 2567 จะขยายเมล็ดด้วยการเพิ่มจำนวนคนและสร้างการรับรู้ที่เพิ่มขึ้น และในปี 2568 เป็นปีแห่งการปลูกเมล็ดพันธุ์ โดยการนำต้นแบบการเรียนรู้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือโรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School) พร้อมสร้างฐานการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมและน้ำออกไปในวงกว้าง เพื่อสร้างพลเมืองสิ่งแวดล้อมในพื้นที่และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด