สมาคมนักวิจัยฯ ค้าน “สูบบ้อง” บนถนนข้าวสาร ชี้ควรสะท้อนประโยชน์กัญชามากกว่าบันเทิง
วันนี้ (19 เมษายน 2566) นายพิพัฒน์ นนทนาธรณ์ นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตามที่มีการประชาสัมพันธ์ว่า จะมีการจัดงานงาน khaosan420 ในวันที่ 20 เมษายน 2566 ซึ่งเป็นวันกัญชาโลก โดยมีกิจกรรมรวมตัวสูบบ้อง และเดินขบวนพาเหรด บริเวณถนนข้าวสาร กรุงเทพมหานคร นั้น สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทยขอแสดงความห่วงใยต่อความถูกต้องเหมาะสมในการจัดงานดังกล่าว ดังนี้
1.รากฐานของพืชกัญชา คือ การเป็นยาให้กับมวลมนุษย์ ประชาชนในแต่ละประเทศล้วนใช้กัญชาเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพมาช้านาน การใช้กัญชามีได้หลากหลายรูปแบบโดยในแต่ละวิธีการมีเป้าหมายสำคัญเพื่อการดูแลสุขภาพ กายและใจ การใช้กัญชาจึงมิได้มีรากฐานการใช้มาเพื่อความมัวเมาเพียงด้านเดียว แต่มีไว้และใช้กันมานานเพื่อการรักษาสุขภาพ
2.สังคมยังมีความห่วงใยต่อการที่ประชาชนจะเข้าถึงการใช้กัญชาได้ โดยเฉพาะการใช้ที่อาจจะกระทบผู้อื่นคือการใช้กัญชาโดยวิธีการสูบ ฉะนั้นโดยหลักการที่ถูกต้องคือ การใช้กัญชาจะต้องไม่รบกวนผู้ไม่ใช้กัญชา นั่นคือจะต้องไม่ใช้กัญชาโดยวิธีการสูบในพื้นที่สาธารณะ อีกทั้งมีความพยายามที่จะสร้างความเข้าใจผิดของสังคมที่มีต่อกัญชาด้วยการปล่อยคลิปคนสูบกัญชาเพื่อโจมตีกัญชาโดยมีเป้าหมายเพื่อการนำกัญชากลับไปสู่การเป็นยาเสพติด ฉะนั้นการกระทำที่ไม่เหมาะสมในขณะนี้เท่ากับเพิ่มกระแสการผลักกัญชาไปสู่การเป็นยาเสพติดอีกครั้ง
3.สมาคมนักวิจัยมีความห่วงใยต่อการจัดกิจกรรมงาน khaosan420 ในวันที่ 20 เมษายนนี้ เพราะเป็นการใช้กัญชาโดยวิธีการสูบในพื้นที่สาธารณะ อาจก่อเกิดความเข้าใจผิดต่อประชาชนว่าการใช้กัญชามีเพียงวิธีการเหล่านี้และนำไปสู่ความบันเทิงมากกว่าการดูแลรักษาสุขภาพ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ห้ามใช้กัญชาโดยวิธีการสูบในพื้นที่สาธารณะ จึงขอให้ผู้จัดงานพิจารณาถึงความเหมาะสมตามบริบทสังคมและความถูกต้องตามกฎหมาย มิเช่นนั้นการดำเนินการดังกล่าวเท่ากับส่งแรงผลักให้กับฝ่ายการเมืองนำกัญชากลับไปสู่ยาเสพติด โดยจะทำให้ความพยายามของทุกภาคส่วนที่จะทำให้กัญชาออกจากยาเสพติดเพื่อความมั่นคงทางยาของประชาชนที่ผ่านมาประสบความล้มเหลวและทุกและคนในประเทศจะไม่สามารถเข้าถึงกัญชาได้
“งานวันกัญชาโลก ควรเป็นงานที่จะสะท้อนถึงหลักการสำคัญของกัญชาที่มีต่อมนุษย์ มิใช่ทำให้งานวันกัญชาโลกลดทอนความสำคัญลงเหลือเพียงความบันเทิงจากการสูบบ้อง หัวใจของงานกัญชาโลกควรที่จะทำให้สังคมเห็นว่ากัญชาเป็นที่พึ่งของประชาชน มิใช่มีไว้เพียงเพื่อบันเทิงแต่ฝ่ายเดียว” นายพิพฒน์ กล่าว
ด้าน นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล แกนนำเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวขอให้ทบทวนการจัดกิจกรรมดังกล่าว ว่า สังคมยิ่งตั้งคำถามถึงการใช้กัญชาโดยวิธีการสูบและเป็นประเด็นอ่อนไหวที่จะต้องควบคุมให้อยู่ในความเหมาะสม การกระทำใดของกลุ่มใดก็ตามที่นำเสนอการสูบบ้องในพื้นที่สาธารณะเป็นพฤติกรรมที่คู่ควรหรือไม่ เคารพต่อความรู้สึกของสังคมหรือไม่
นายประสิทธิ์ชัย กล่าวว่า การกระทำที่นำไปสู่การสร้างกระแสสังคมให้เข้าใจกัญชาด้านเดียวในขณะนี้กำลังทำลายกัญชาที่ประชาชนจะเข้าถึงได้ และ ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะโชว์การสูบบ้อง และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะใช้กัญชาโดยวิธีการสูบในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งจะนำไปสู่การรบกวนผู้อื่น ชาวกัญชาต้องมีวัฒนธรรมของชาวกัญชา เป็นวัฒนธรรมที่ต้องเคารพกฎหมาย เคารพผู้อื่น ตามกฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์สมุนไพร อนุญาตให้สูบบ้องในพื้นที่สาธารณะเหรอครับ หากชาวกัญชาเป็นผู้ละเมิดวัฒนธรรมและกฎหมายเสียเอง จะเข้าทางพรรคการเมืองที่จะเอากัญชากลับไปสู่ยาเสพติดและยิ่งเข้าทางนักแฉที่กำลังสร้างสถานการณ์อยู่ในขณะนี้
“ชาวกัญชารุ่นใหม่ต้องคิดให้กว้างกว่าภาพลักษณ์เดิม ต้องทำให้กัญชามีมาตรฐานมีความเป็นมืออาชีพ เป็นสง่างามและเป็นประโยชน์เสียยิ่งกว่าการตอกย้ำภาพลักษณ์เดิม ซึ่งจะทำให้นักการเมืองผลักดันกัญชาไปสู่ยาเสพติด คนรุ่นใหม่ควรคิดให้กว้าง คิดให้ลึก คิดให้หลายมุม และจงตระหนักว่ากัญชาอยู่ในภาวะหมิ่นเหม่ ที่พวกท่านจะซ้ำเติมภาพที่สังคมกังวล และส่งกระแสนี้ไปให้พรรคการเมืองนำกัญชาสู่ยาเสพติด ผมเชื่อว่าคนรุ่นใหม่คิดและสร้างสรรค์ได้มากกว่าการสูบบ้อง” นายประสิทธิ์ชัย กล่าว