กก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบแผนวัคซีนโควิดประจำปี ยันฟรี! ทุกเข็ม ฉีดก่อนป้องกันก่อน

27.04.23 | 14:18 น.

กก.โรคติดต่อฯ เห็นชอบแผนวัคซีนโควิดประจำปี ยันฟรี! ทุกเข็ม ฉีดก่อนป้องกันก่อน

วันนี้ (27 เมษายน 2566) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ.เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2566 โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายอนุทิน แถลงว่า ที่ประชุมได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบ 4 เรื่องสำคัญ คือ 1.แผนการให้บริการวัคซีนโควิด-19 ในระยะถัดไป เป็นการฉีดวัคซีนโควิด-19 ประจำปีสำหรับประชาชน (2566 – 2567) โดยจะเริ่มฉีด
ในปี 2566 เป็นปีแรก ฉีดปีละ 1 เข็ม แนะนำให้ฉีดช่วงก่อนฤดูฝน หรือตั้งแต่เดือนเมษายน เพราะคาดว่าเชื้อจะระบาดมากในช่วงฤดูฝน สามารถใช้วัคซีนชนิดใดหรือรุ่นใดก็ได้ที่ได้รับการรับรอง โดยไม่ต้องนับว่าเป็นเข็มที่เท่าไร ซึ่ง สธ.มีวัคซีนเพียงพอสำหรับประชาชนที่ต้องการฉีดเกือบ 20 ล้านโดส และสามารถรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 พร้อมกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ โดยฉีดที่ต้นแขนคนละข้าง แต่หากไม่ได้ฉีดพร้อมกัน สามารถฉีดเมื่อไรก็ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงระยะห่าง

“แม้หลังสงกรานต์จะพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นไปตามที่กรมควบคุมโรคคาดการณ์ไว้ และขอให้ประชาชนรีบไปรับวัคซีนโควิด-19 ตามคำแนะนำของ สธ. เพราะฉีดก่อนป้องกันก่อน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงต่อโรครุนแรง ทั้งกลุ่ม 608 และเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี กลุ่มเสี่ยงการสัมผัส/แพร่เชื้อ คือ อาชีพที่ต้องสัมผัสคนจำนวนมาก หรืออยู่ในสถานที่แออัด เช่น ทัณฑสถาน เป็นต้น รวมถึงกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ด่านหน้า และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อลดอาการป่วยหนักหรือเสียชีวิต และรักษาระบบสาธารณสุขของประเทศ สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถรับวัคซีนประจำปีได้เช่นเดียวกันตามความสมัครใจ” นายอนุทิน กล่าว

Advertisement

นายอนุทิน กล่าวว่า 2.เห็นชอบมาตรการเร่งรัดการป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้เลือดออก พ.ศ.2566 เนื่องจากสถานการณ์ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงต้องยกระดับมาตรการควบคุมโรค เพิ่มความเข้มข้นในการสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย จัดกิจกรรมรณรงค์จิตอาสาฯ อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ เร่งรัดผ่านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด สื่อสารเชิงรุกไปยังสถานบริการสาธารณสุข ร้านขายยา และประชาชน เพิ่มความเร็วในการตรวจวินิจฉัยและรักษา โดยใช้ชุดตรวจแบบรวดเร็ว รวมทั้งให้โรงพยาบาลเตรียมความพร้อมรองรับการรักษาและควบคุมโรคตามแนวทางของกรมควบคุมโรค

3.เห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการเร่งรัดกำจัดโรคไข้มาลาเรีย ภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เพื่อให้การขับเคลื่อนงานเร่งรัดกำจัดโรคไข้มาลาเรียเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และ 4.เห็นชอบการมอบหมายหน่วยงานดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคอาหารเป็นพิษ เนื่องจากมีเหตุการณ์ระบาดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงในโรงเรียน คณะกรรมการด้านวิชาการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ พ.ศ.2558 จึงมีข้อเสนอต่อการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคอาหารเป็นพิษ โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักส่งเสริมและสนับสนุนอาหารปลอดภัย สำนักงานปลัด สธ. ประสานดำเนินการเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวถามว่าการฉีดวัคซีนคู่ทั้งโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ จะต้องมีการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 ก่อนหรือไม่ หรือสามารถฉีดได้เลย นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นการเตรียมตัวในเรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แต่วัคซีนโควิด-19 ฉีดได้เลย ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถเดินเข้าไปรับวัคซีนคู่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม 608 กลุ่มเดินทางสัญจรไปมาท่ามกลางคนมากมาย บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข

เมื่อถามว่า ในอนาคตวัคซีนโควิด-19 จะฉีดฟรีเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ส่วนบุคคลทั่วไปต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า โควิด-19 จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น เหมือนไข้หวัดใหญ่ หวังว่าในอนาคตเทคโนโลยีทางการแพทย์อาจมีวัคซีนรวมสายพันธุ์เกิดขึ้น แต่เมื่อพี่น้องประชาชนมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น การแพร่ระบาดโควิด-19 จะลดความรุนแรง ก็จะจำกัดเป็นกลุ่มเสี่ยง เหมือนที่เราให้บริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่เน้นกลุ่มเสี่ยงเป็นหลัก ซึ่งไม่ต้องวิตกกังวล

“และในอนาคตองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ก็มีการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ด้วย ล่าสุดแจ้งว่า เป็นการทดลองในมนุษย์ 4,000 ตัวอย่าง ขณะนี้ฉีดกลุ่มตัวอย่างครบแล้ว และผลลัพธ์ค่อนข้างมีประสิทธิผลดีมาก ซึ่งผมได้รับรายงานมา และเรียนให้ปลัด สธ.ในฐานะประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรมคนใหม่ ซึ่งจะทำให้บริหารจัดการได้รวดเร็ว เพื่อให้นำออกมาใช้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า การฉีดวัคซีนรองรับแรงงานต่างด้าวด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ได้ทุกคน กลุ่มเสี่ยงได้หมด ฉีดคนไทยทุกคน แต่ไม่ฉีดคนที่อาศัยในประเทศไทย คงไม่ได้ช่วยอะไร

“การจัดหาวัคซีนโควิด-19 ในอนาคต เราหวังว่า วัคซีนของ อภ.จะได้ผลดี เราก็จะจัดหาได้ง่าย แต่หากยังไม่ได้ ก็ต้องจัดหาแหล่งอื่นเพื่อเสริมความมั่นใจในแต่ละปี แต่ผมมั่นใจว่า วันหนึ่งเราจะเห็นการรวมสายพันธุ์ต่างๆ ในวัคซีนเข็มเดียว ส่วนขณะนี้วัคซีนโควิด-19 ยังฟรี โดยเฉพาะภาครัฐ ส่วนเอกชน วัคซีนที่เราจัดสรรไปนั้น ไม่ได้คิดค่าใช้จ่าย แต่เขาจะคิดค่าฉีด ค่าบริการก็ขึ้นกับแต่ละแห่ง แต่ของภาครัฐฟรีทั้งหมด จัดส่งให้รพ.รัฐทั่วประเทศ” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับเอกชน หากประสงค์จะซื้อวัคซีนเอง ก็ทำได้ อยู่ที่ตัวแทนผลิตจะขายให้หรือไม่ เพราะตอนนี้ อย.ให้การรับรอง เพียงแต่บางยี่ห้อปลดแล้ว ก็ซื้อได้ อยู่ที่คนขาย แต่ในส่วน สธ.เรามีความสัมพันธ์ดีกับหลายประเทศ อย่างปีนี้ไม่ต้องซื้อวัคซีนโควิด-19 เพราะรัฐบาลจากมิตรประเทศของเราได้แสดงความจำนงให้รัฐบาลไทยเป็นจำนวนมาก