ปลัดแรงงานสั่ง จนท.-ทูตแรงงานฯ อำนวยความสะดวกอพยพแรงงานไทยในซูดาน

28.04.23 | 12:21 น.

ปลัดแรงงานสั่ง จนท.-ทูตแรงงานฯ อำนวยความสะดวกอพยพแรงงานไทยในซูดาน

เมื่อวันนี้ (28 เมษายน 2566) นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลืออพยพคนไทยจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศซูดาน ว่า ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้ให้คนไทยแจ้งความประสงค์เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย โดยจะเดินทางด้วยทางเรือโดยสารจากซูดานไปยังเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อขึ้นเครื่องบินของกองทัพอากาศกลับสู่ประเทศไทยนั้น ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้ทูตแรงงานที่กรุงริยาด สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย ประสานกับเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบว่ามีแรงงานไทยเดินทางกลับด้วยหรือไม่ พร้อมไปช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นายบุญชอบ กล่าวต่อว่า ล่าสุดได้รับรายงานจากนายชาติชาย เทียมสนิท ที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) รักษาราชการแทนอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย (กรุงริยาด) ว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2566 เวลา 22.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น ได้มีการอพยพคนไทยจากซูดานชุดที่มาเรือลำที่ 2 จากทั้งหมด 3 ลำ จำนวน 32 ราย ในจำนวนนี้มี 7 ราย เป็นแรงงานหญิง ซึ่งทำงานที่ร้านนวดสปา และโรงแรมอัสซาลาม ทั้งหมดเดินทางมาอย่างปลอดภัย แต่มีอาการเหนื่อยล้าจากการรอขึ้นเรือและเดินทาง โดยสำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย (สนร.ริยาด) ได้ให้คำแนะนำเรื่องการเดินทางกลับประเทศไทย และช่วยเหลือในเบื้องต้นก่อนส่งเข้าที่พักเพื่อรอเดินทางกลับประเทศไทย

Advertisement

“จากรายงานของทูตแรงงานฯ สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย (กรุงริยาด) ยังรายงานอีกว่าจากการสอบถามเพิ่มเติมทราบว่า มีร้านนวดที่จ้างพนักงานนวดไทยทำงานประมาณ 3 ร้าน ในกรุงคาทูม และโรงแรม 1 แห่ง มีพนักงานนวดไทยรวมแล้วประมาณ 24 ราย แต่ส่วนมากได้กลับไปพักผ่อนในช่วงเดือนรอมฎอน ทำให้เหลือแรงงานทำงานอยู่ไม่มากในช่วงที่เกิดเหตุปะทะกัน” นายบุญชอบ กล่าวและว่า นอกจากนี้ จากการสอบถามผู้จัดการร้านอาหารไทยบางกอก ก็ให้ข้อมูลตรงกันว่าลูกจ้างเกือบทั้งหมดได้ให้ไปพักผ่อน สำหรับคนไทยที่เหลือ จำนวน 34 ราย ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีแรงงานไทยรวมอยู่ด้วยหรือไม่นั้น ทั้งนี้ สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย (สนร.ริยาด) จะประสานกับเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ ณ เมืองเจดดาห์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือหากมีแรงงานไทยเดินทางกลับมาด้วย

ด้าน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กล่าวว่า ในส่วนของ กกจ.ได้มอบหมายให้กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศส่งเจ้าหน้าที่กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศร่วมปฏิบัติภารกิจให้ความช่วยเหลือคนไทยที่เดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ซึ่งเมื่อวันที่ 27 เมษายน เวลา 22.00 น.ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 พบว่า มีคนไทยที่เดินทางกลับประเทศไทยจำนวนทั้งสิ้น 78 คน
เป็นนักศึกษาไทยมุสลิมจากจังหวัดในภาคใต้ จำนวน 73 คน มีแรงงานไทยจำนวน 1 คน อาชีพแม่บ้านทำความสะอาดซึ่งอาศัยในสาธารณรัฐซูดานประมาณ 30 ปี เดินทางพร้อมด้วยลูกจำนวน 4 คน จึงได้แนะนำภารกิจของ กกจ.หากประสงค์จะทำงานในระหว่างที่อยู่ในประเทศไทย รวมทั้งให้คำแนะนำการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมาย การสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฯ และสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากกองทุนฯ

“ในส่วนของแรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศเมื่อประสบปัญหาต้องเดินทางกลับประเทศเนื่องจากภัยสงคราม จะได้รับเงินสงเคราะห์ฯ รายละ 15,000 บาท ตามเงื่อนไขของระเบียบของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ สำหรับกลุ่มนักศึกษาหากมีความประสงค์จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศภายหลังที่สำเร็จการศึกษาแล้ว” นายไพโรจน์ กล่าวและว่าจากรายงานของกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ พบว่า มีแรงงานไทยที่แจ้งเดินทางกับ กกจ.จำนวน 11 คน ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ 10  คน และสมาชิกที่สิ้นสุดความคุ้มครองแล้ว 1 คน ส่วนแรงงานที่เหลือจะเดินทางด้วยตนเองไม่ผ่าน กกจ. อย่างไรก็ตาม กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศได้ประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์ของกองทุนฯ ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเน้นย้ำให้คนหางานไทยที่ประสงค์จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการส่งเงินเข้ากองทุนฯ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด หากเกิดเหตุไม่คาดฝันเช่นสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในสาธารณรัฐซูดาน