รพ.ลานกระบือ ผสานศาสตร์การแพทย์ ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยระยะกลาง ช่วยพ้นภาวะพิการ
วันนี้ (7 พฤษภาคม 2566) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วย นพ.เอกรินทร์ อุ่นอบ ผู้อำนวยการ สปสช.เขต 3 นครสวรรค์ ลงพื้นที่โรงพยาบาล (รพ.) ลานกระบือ อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร เยี่ยมชมการจัดบริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ระยะกลาง (Intermediate Care: IMC) ด้วยการกายภาพบำบัด และบริการแพทย์แผนไทยให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยมี นพ.อภิลักษณ์ เหล่าไพโรจน์ ผู้อำนวยการ รพ.ลานกระบือ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บุคลากรแพทย์ ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่ สปสช. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ รพ.ลานกระบือ ยังได้ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมบ้านผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ที่ผ่านการรักษาและได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ระยะกลางจาก รพ.ลานกระบือ โดยแต่เดิมไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ รวมถึงเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ด้วย โดยวัดคะแนนกิจวัตรประจำวัน หรือ ADL ได้ 8 คะแนน แต่เมื่อผ่านการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างเต็มรูปแบบ จากทีมสหวิชาชีพของโรงพยาบาลลานกระบือ ทำให้คะแนน ADL เพิ่มขึ้นเป็น 19 คะแนนในระยะเวลา 4 เดือน โดยผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงกับปกติ

ทั้งนี้ รพ.ลานกระบือ ให้บริการดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายผู้ป่วยระยะกลางตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา และยังจัดให้มีบริการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างเต็มรูปแบบ (Intensive rehabilitation) โดยมีการผสมผสานกับศาสตร์แพทย์แผนไทยเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ ทั้งการนวด ประคบสมุนไพร อบสมุนไพร รวมถึงการสักน้ำยาสมุนไพร พร้อมกันนี้ ยังมีทีมสหวิชาชีพประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ เภสัชกร นักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ แพทย์แผนไทย และพยาบาลจิตเวช เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยระยะกลางมีความต่อเนื่อง หลังจากได้รับการรักษาจาก รพ.ลานกระบือ และออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว โดยจะมีการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดในเวลาไม่เกิน 6 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยพิการ หรือมีภาวะทุพพลภาพตลอดชีวิต

นพ.อภิลักษณ์ กล่าวว่า การจัดบริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ระยะกลาง หรือ IMC ของ รพ.ลานกระบือ ส่วนใหญ่จะดูแลผู้ป่วย 4 โรค หรืออาการบาดเจ็บ ที่ผ่านการรักษาแล้วและต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ คือ 1.อาการเส้นเลือดสมองแตก ตีบ 2.อุบัติเหตุทางสมอง 3.บาดเจ็บไขสันหลัง และ 4.บาดเจ็บไขข้อสะโพก ซึ่งทุกอาการมีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหว หากดูแลไม่ดีจะมีโอกาสพิการได้สูง ทั้งนี้ ผู้ป่วยต้องได้รับการฝึกการเคลื่อนที่บนเตียง การนั่ง การทรงตัว การยืน และการฝึกเดิน รวมถึงการฝึกทำกิจวัตประจำวันเพื่อช่วยเหลือตัวเองในด้านต่างๆ ทั้งการฝึกกลืนอาหาร การฝึกขับถ่าย ซึ่งการฟื้นฟูสุขภาพของ รพ.ลานกระบือ ยังเสริมการแพทย์แผนไทย

นพ.อภิลักษณ์ กล่าวว่า รพ.ลานกระบือยังมีการติดตามอาการของผู้ป่วยระยะกลางอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ผ่านระบบการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่กับ รพ.ลานกระบือ และ รพ.กำแพงเพชร คือ ระบบ Smart COC ที่สามารถติดตามอาการของผู้ป่วย รวมถึงสอบถามอาการของผู้ป่วยได้โดยตรงผ่านระบบออนไลน์ และยังเป็นการปรึกษาอาการของผู้ป่วยระหว่างบุคลากรการแพทย์ด้วยกันได้อีกด้วย

“รพ.ลานกระบือ ให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพ IMC รวมถึงยังมีบริการการแพทย์แผนไทยอย่างครบวงจร ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ดีมากขึ้น และที่สำคัญคือเกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชน และโรงพยาบาล” รพ.อภิลักษณ์ กล่าว
นพ.เอกรินทร์ กล่าว่า รพ.ลานกระบือ นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่มีการให้บริการสุขภาพแบบผสมผสาน ระหว่างแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนไทย รวมไปถึงมีการสนับสนุนการใช้สมุนไพรที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพจากท้องถิ่นด้วย อีกทั้ง ยังช่วยให้ประชาชนในชุมชนได้มีรายได้เสริมจากการปลูกสมุนไพร เพื่อขายให้กับโรงพยาบาลในการนำไปปรุงยา ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การให้บริการแพทย์แผนไทยมีต้นทุนที่สูงกว่าแพทย์แผนปัจจุบัน เพราะต้องใช้กำลังคน สถานที่ในการให้บริการ แต่ทั้งนี้ สิ่งที่กลับมาคือความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนไข้ หรือผู้มาใช้บริการกับโรงพยาบาล เพราะแพทย์แผนไทยจะใส่ใจกับผู้ป่วย และใช้ระยะเวลาในการรักษามากกว่า ซึ่งอาจเหมาะกับคนสูงอายุ

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ชื่นชม รพ.ลานกระบือ ที่เป็นหน่วยบริการที่สามารถจัดบริการฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยระยะกลางได้อย่างเป็นระบบและได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ทำให้ผู้ป่วยระยะกลางในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค และอาการที่ผ่านการรักษาแล้วและต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ให้สามารถช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวันได้ โดยมีการวัดคะแนนกิจวัตรประจำวัน หรือ ADL ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากร้อยละ 63.16 ในปี 2563 เป็น ร้อยละ 95.24 ในปี 2566 นอกจากนี้ การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงการใช้ศาสตร์แพทย์แผนไทยเข้ามาช่วยด้วย ทำให้สามารถฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายของผู้ป่วย ส่งผลให้ผู้ป่วยหายเร็วขึ้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้นด้วย

“การดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพ สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดสมอง หรือกลุ่มผู้ป่วยโรคเส้นเลือดในสมอง หรือสโตรก แม้ว่าจะได้รับการรักษาแล้วแต่หากไม่ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นคนพิการทางการเคลื่อนไหว และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่หากได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มระบบ จะสามารถทำให้ผู้ป่วยกลับมามีกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเองได้ หรือกลับเข้าสู่สังคม ทำงาน หรือประกอบอาชีพได้ ซึ่งทั้งหมดมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ และยังทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ทพ.อรรถพร กล่าว

