สธ.เปิดผลสำรวจอีสาน 18.7% เหนือ 13% ยังกิน “ปลาน้ำจืดดิบ” เสี่ยงพยาธิใบไม้ตับ มะเร็งท่อน้ำดี

8.05.23 | 16:28 น.

สธ.เปิดผลสำรวจอีสาน 18.7% เหนือ 13% ยังกิน “ปลาน้ำจืดดิบ” เสี่ยงพยาธิใบไม้ตับ มะเร็งท่อน้ำดี

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า การบริโภคปลาน้ำจืดดิบ ยังเป็นที่นิยมของประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ การอักเสบของท่อน้ำดี มะเร็งท่อน้ำดี และอาจเสียชีวิตได้ตามลำดับ สบส. โดยกองสุขศึกษา มีความห่วงใยในปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินการเฝ้าระวังพฤติกรรมการบริโภคปลาน้ำจืดดิบ ระหว่างวันที่ 20 มีนาคม – วันที่ 7 เมษายน 2566 โดยดำเนินการร่วมกับสำนักอนามัย และ สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และศึกษาธิการจังหวัด กลุ่มตัวอย่างจำนวน 12,356 คน จากทุกภูมิภาค พบว่า ประชาชนไทยยังมีพฤติกรรมการบริโภคปลาน้ำจืดดิบร้อยละ 10.9 โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เป็นภาคที่มีการบริโภคมากที่สุดร้อยละ 18.7 รองลงมาเป็น ภาคเหนือ ร้อยละ 13 ภาคกลาง ร้อยละ 8.7 และภาคใต้ ร้อยละ 7 ตามลำดับ

นพ.สุระ กล่าวว่า สำหรับเมนูที่นิยมรับประทานดิบมากที่สุด คือ ปลาร้า แจ่วบองดิบ และลาบปลาน้ำจืดดิบ โดยเหตุผลหลักๆ คือ รับประทานตามครอบครัว ญาติพี่น้อง รับประทานเพราะมีเทศกาลหรืองานสำคัญ หาซื้อรับประทานได้ง่าย และคิดว่ารสชาติอร่อยกว่าปลาปรุงสุก

“นอกจากนี้ ผู้ที่ทำอาหารให้กับครอบครัวมีความเชื่อว่า การทำให้เนื้อปลาสุก ทำได้โดยนำปลาไปสะดุ้งในน้ำร้อนแล้วยกขึ้นทันที หรือนำเนื้อปลาแช่ในน้ำโซดา 3 นาที และบีบมะนาว หรือใส่พริกลงในเนื้อปลา ซึ่งเหล่านี้เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง นำไปสู่พฤติกรรมการบริโภคปลาน้ำจืดดิบได้ ล่าสุด สบส.จึงได้ดำเนินการขับเคลื่อนตำบลจัดการคุณภาพชีวิตปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี โดยนำร่องในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 30 จังหวัด ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงผ่านกระบวนการสนับสนุนชุดสื่อความรู้ให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้ความรู้เรื่องวิธีการบริโภคปลาน้ำจืดที่ถูกวิธีกับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง และเฝ้าระวังเตือนภัยพฤติกรรมเสี่ยงของคนในชุมชนอย่างเป็นระบบ” นพ.สุระ กล่าว

Advertisement

ด้าน นพ.สามารถ ถิระศักดิ์ รองอธิบดี สบส. กล่าวว่า ในการบริโภคปลานั้น ควรล้างให้สะอาด และปรุงสุกด้วยความร้อนอย่างทั่วถึงก่อนนำมารับประทาน ตามหลักสุขบัญญัติข้อที่ 4 กินอาหารสุก สะอาด ปราศจากสารอันตราย ไม่รับประทานสุกๆ ดิบๆ ไม่ใช้เขียง มีด ที่หั่นหรือสับเนื้อปลาน้ำจืดดิบร่วมกันกับวัตถุดิบอื่น เช่น ผักสด ผลไม้ ที่สำคัญจะต้องล้างมือให้สะอาดก่อนปรุงอาหารและก่อนรับประทานอาหาร ต้องขับถ่ายในส้วมให้ถูกสุขลักษณะ หากถ่ายไม่ถูกที่ ของเสียที่ลงสู่แม่น้ำลำคลอง จะทำให้ไข่ของพยาธิใบไม้ตับมีโอกาสแพร่กระจายเข้าสู่สัตว์น้ำจืดที่เป็นพาหะของพยาธิใบไม้ตับได้