สปสช.เผย “บัตรทอง” รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วกว่า 1 แสนคน แนะกลุ่มเสี่ยงรีบฉีดป้องกัน

18.05.23 | 14:24 น.

สปสช.เผย “บัตรทอง” รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วกว่า 1 แสนคน แนะกลุ่มเสี่ยงรีบฉีดป้องกัน

วันนี้ (18 พฤษภาคม 2566) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ตามที่ สปสช. ได้ร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และหน่วยบริการทั่วประเทศที่ร่วมในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในประชากรกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2566 หรือจนกว่าวัคซีนจะหมดนั้น ภาพรวมของการให้บริการในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา จากการรายงานในระบบของ สปสช. (ข้อมูล ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2566) มีประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว จำนวน 100,604 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 3.46 ของกลุ่มเป้าหมาย

“เมื่อดูหน่วยบริการที่ร่วมให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สูงสุด 5 อันดับแรก ปรากฏว่า รพ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้ให้บริการฉีดวัคซีนกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด 4,118 คน รองลงมา รพ.สามพราน จ.นครปฐม 2,957 คน, รพ.ศรีสะเกษ 1,455 คน, รพ.สุรินทร์ 1,226 คน และ รพ.สงขลา 1,187 คน ขณะที่ข้อมูลรายงานการให้บริการระดับจังหวัด 5 อันดับแรก ของจังหวัดที่มีการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่มากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร มีประชาชนกลุ่มเป้าหมายรับบริการแล้ว 19,585 คน รองลงมาคือ ปทุมธานี  6,162 คน, ชลบุรี 5,267 คน, นครปฐม 4,569 คน และ สงขลา 3,550 ราย เมื่อเปรียบเทียบตามประชากรกลุ่มเป้าหมายในการให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่นั้น พบว่ากลุ่มผุ้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนมากที่สุด รองลงมาเป็นกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ซึ่งเป็นไปตามสัดส่วนของประชากรในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย” ทพ.อรรถพร กล่าว

Advertisement

รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มใกล้เข้าสู่ช่วงฤดูฝนแล้ว ที่เป็นช่วงการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่แล้ว ในช่วงระยะเวลาอีกกว่า 3 เดือนจากนี้ ก่อนจะหมดเขตการให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือก่อนที่วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่จัดเตรียมไว้ฉีดให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงตามฤดูกาลจะหมดลง ขอเชิญชวนประชาชนกลุ่มเสี่ยงทั้ง 7 กลุ่ม ที่ได้รับสิทธิในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ให้รีบรับบริการฉีดวัคซีนโดยเร็ว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากโรคไข้หวัดใหญ่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โดยวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่นี้ยังสามารถรับบริการฉีดพร้อมกับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้ ซึ่งเป็นไปตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค ซึ่งประชาชนทั้ง 7 กลุ่มเสี่ยงก็สามารถรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 พร้อมกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ โดยฉีดที่ต้นแขนคนละข้าง แต่หากไม่ได้ฉีดพร้อมกัน สามารถฉีดเมื่อไรก็ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงระยะห่าง

“ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงสามารถติดต่อขอรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ที่ หน่วยบริการหรือสถานพยาบาลในระบบบัตรทอง ได้ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐ ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่กรุงเทพฯ และคลินิกเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ หรือสถานพยาบาลตามสิทธิที่ท่านไปรักษาเป็นประจำ โดยดูรายชื่อหน่วยบริการที่เข้าร่วมได้ที่แอพพลิเคชัน เป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ เลือกสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค” ทพ.อรรถพร กล่าว

นอกจากนี้ ทพ.อรรถพร กล่าวว่า เพื่อเพิ่มความสะดวกในการรับบริการวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ สปสช. ร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย จำกัด เปิดให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทอง ขอย้ำว่าเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ เท่านั้น จองสิทธิการฉีดวัคซีนฯ ล่วงหน้าผ่าน “กระเป๋าสุขภาพ” บนแอพพ์เป๋าตัง ได้ โดยเข้าสู่ระบบเพื่อจองสิทธิฉัดวัคซีนได้แล้วตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2566 หรือจนกว่าวัคซีนจะหมด
ส่วนผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ไม่สะดวกจองผ่านแอพพ์เป๋าตัง ให้โทร.สายด่วน สปสช. 1330 กด 8 เพื่อจองคิวฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้

“ผู้ที่อยู่ในต่างจังหวัดนอกพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่สามารถจองผ่านแอพพ์เป๋าตังได้ แต่ท่านสามารถโทรนัดรับบริการล่วงหน้าก่อน เพื่อลดความแออัดในการเข้ารับบริการวัคซีนได้เช่นกัน ทั้งนี้การจองนัดหมายเข้ารับบริการขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละหน่วยบริการ กรุณาติดต่อสอบถามการเข้ารับบริการกับหน่วยบริการได้โดยตรง” ทพ.อรรถพร กล่าว

สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ 1) หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป

2) เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี

3) ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค คือ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน

4) บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

5) โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ)

6) โรคอ้วน (น้ำหนัก > 100 กิโลกรัม หรือ BMI > 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร)

และ7) ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ทั้งนี้กรณีหญิงตั้งครรภ์นั้นมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้บริการตลอดทั้งปี