สธ.ทำหนังสือถึงสำนักงบฯ ยื่น 3 แนวทาง หนุนงบกลางจ่ายค่าเสี่ยงภัยโควิดกว่า 3 พันล้าน

22.05.23 | 15:06 น.

สธ.ทำหนังสือถึงสำนักงบฯ ยื่น 3 แนวทาง หนุนงบกลางจ่ายค่าเสี่ยงภัยโควิดกว่า 3 พันล้าน

วันนี้ (22 พฤษภาคม 2566) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการขอรับการสนับสนุนค่าตอบแทนเสี่ยงภัยให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานในช่วงการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ว่า ที่ผ่านมา สธ.ได้มีการหารือกับสำนักงบประมาณเพื่อขอรับการสนับสนุนงบกลางกว่า 3,000 ล้านบาท มาจัดสรรเป็นค่าเสี่ยงภัยโควิด-19 ให้แก่บุคลากรที่ปฏิบัติงานโควิด-19 ทั้งในสังกัดและนอกสังกัด สธ.ทุกสายงาน แต่มีข้อติดขัดเรื่องเอกสารหลักฐานในการเบิกจ่ายของหน่วยงานนอกสังกัด สธ.ยังไม่ครบถ้วน ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา สธ.ได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เรื่องรายละเอียดประกอบการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ของ สธ. ในการจัดสรรเป็นค่าเสี่ยงภัยลำดับแรก โดยมี 3 แนวทาง ดังนี้

1.จัดสรรให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานระหว่างเดือนกรกฎาคม 2564-กันยายน 2565 หรือถึงช่วงสิ้นสุดการประกาศให้โรคโควิด-19 เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของประเทศไทย จำนวน 6,745,641,640.41 บาท

2.จัดสรรให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานระหว่างเดือนกรกฎาคม 2564-เดือนมิถุนายน 2565 หรือจนถึงช่วงที่ประเทศไทยประกาศเปิดประเทศในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 จำนวน 3,180,738,958.44 บาท

และ 3.จัดสรรภายในกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 จำนวน 3,000 ล้านบาท โดยให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานระหว่างเดือนกรกฎาคม 2564-เดือนพฤษภาคม 2565 จำนวน 2,816,089,333.28 บาท และเดือนมิถุนายน 2565 เป็นระยะเวลา 15 วัน จำนวน 183,910,666.72 บาท

Advertisement

“ขั้นตอนต่อจากนี้ อยู่ที่สำนักงบประมาณในการพิจารณาว่าจะเห็นชอบสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายงบกลางตามแนวทางใด และนำเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) รักษาการ ให้ความเห็นชอบต่อไป ซึ่งหากพิจารณาให้จ่ายภายใต้กรอบวงเงิน 3,000 ล้านบาท ที่จะจ่ายได้ถึงช่วงเดือนมิถุนายน 2565 เป็นเวลา 15 วัน ในส่วนที่เหลือจนถึงเดือนกันยายน 2565 จะต้องรอรัฐบาลใหม่ จึงจะดำเนินการอีกครั้ง” นพ.ทวีศิลป์กล่าว